SCGP กางแผนครึ่งปีหลัง รับดีมานด์อาเซียนโตต่อเนื่อง เดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจ-เล็งปิดดีล M&P 1 ราย มั่นใจ EBITDA ปี 68 แตะ 1.8 หมื่นลบ. ตามเป้า
SCGP มองแนวโน้มครึ่งปีหลังอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนยังสดใส แย้มเจรจราธุรกิจดาวน์สตรีม 1 ดีล คาดปิดดีลภายในครึ่งหลังปีนี้ พร้อมกระจายฐานลูกค้า-เพิ่มประสิทธิภาพทั่วภูมิภาค มั่นใจ EBITDA ปี 68 แตะ 1.8 หมื่นล้านยาม ตามเป้าหมาย
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทประเมินยอดขายปี 2568 อาจปรับตัวลดลงตามราคาขายที่ชะลอตัวในประเทศจีน แต่ปริมาณการขายยังคงเพิ่มขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปี 2568 ที่ระดับ 18,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกทำได้แล้วแล้ว 8,489 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง
ส่วนความคืบหน้าการลงทุน Merger & Partnership (M&P) บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจดาวน์สตรีม 1 ดีล คาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในครึ่งหลังปีนี้ โดยงบลงทุนจะอยู่ในกรอบ 10,000 ล้านบาทที่บริษัทวางไว้
ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนเพิ่ม 30% ใน Duy Tan Plastics Manufacturing Corporation (Duy Tan) ประเทศเวียดนามเพื่อเพิ่มโซลูชัน ความหลากหลายและครบวงจร ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดอาเซียนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เร่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคตามกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานการดำเนินธุรกิจในเวียดนามที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและการแข่งขันในระยะยาว
สำหรับทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังปี 2568 บริษัทวางแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยกระจายความเสี่ยงและขยายฐานธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียน ควบคู่กับการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค
รวมถึงขยายโซลูชันและบริการ พร้อมทั้งดำเนินการขาย Cross Selling เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ผ่านการปรับโครงสร้างพอร์ตลูกค้าเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนกระจายอำนาจการบริหารและเสริมสร้างความเชื่อมั่นองค์กร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจผ่านทีมบริหารระดับภูมิภาค
“ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ครึ่งปีหลัง คาดว่าอาเซียนจะมีความต้องการบรรจุภัณฑ์ภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค จากการกระตุ้นเศรษฐกิจและคาดการณ์จีดีพีเติบโตสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงการเติมสต๊อกสินค้าในช่วงสิ้นปี ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) และค่าขนส่ง มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามความต้องการในภูมิภาคที่ปรับดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีข้อสรุป” นายวิชาญ กล่าว
ด้านการรับมือมาตรการภาษี (Reciprocal Tariff) ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากสหรัฐฯ ประมาณ 4% ของรายได้รวม ผ่านการส่งออกสินค้าเพื่อผู้บริโภค ทำให้มีผลกระทบจำกัด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพิ่มการขายบรรจุภัณฑ์ภายในประเทศในอาเซียน และส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น อินเดีย บังคลาเทศ ออสเตรเลีย เป็นต้น
พร้อมใช้จุดแข็งจากห่วงโซ่การผลิตที่ยืดหยุ่น ฐานการผลิตที่หลากหลายในอาเซียน ครอบคลุมพอร์ตสินค้าและโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ที่สามารถผสานการผลิตและวัตถุดิบ รวมถึงวางแผนร่วมกับลูกค้าและการพิจารณาการจ้างผลิต เพื่อให้ได้ต้นทุนที่แข่งขันได้ในแต่ละตลาด
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทประเมินยอดขายปี 2568 อาจปรับตัวลดลงตามราคาขายที่ชะลอตัวในประเทศจีน แต่ปริมาณการขายยังคงเพิ่มขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปี 2568 ที่ระดับ 18,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกทำได้แล้วแล้ว 8,489 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง
ส่วนความคืบหน้าการลงทุน Merger & Partnership (M&P) บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจดาวน์สตรีม 1 ดีล คาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในครึ่งหลังปีนี้ โดยงบลงทุนจะอยู่ในกรอบ 10,000 ล้านบาทที่บริษัทวางไว้
ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนเพิ่ม 30% ใน Duy Tan Plastics Manufacturing Corporation (Duy Tan) ประเทศเวียดนามเพื่อเพิ่มโซลูชัน ความหลากหลายและครบวงจร ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดอาเซียนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เร่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคตามกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานการดำเนินธุรกิจในเวียดนามที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาค และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและการแข่งขันในระยะยาว
สำหรับทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังปี 2568 บริษัทวางแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยกระจายความเสี่ยงและขยายฐานธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียน ควบคู่กับการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค
รวมถึงขยายโซลูชันและบริการ พร้อมทั้งดำเนินการขาย Cross Selling เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ผ่านการปรับโครงสร้างพอร์ตลูกค้าเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนกระจายอำนาจการบริหารและเสริมสร้างความเชื่อมั่นองค์กร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจผ่านทีมบริหารระดับภูมิภาค
“ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ครึ่งปีหลัง คาดว่าอาเซียนจะมีความต้องการบรรจุภัณฑ์ภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค จากการกระตุ้นเศรษฐกิจและคาดการณ์จีดีพีเติบโตสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงการเติมสต๊อกสินค้าในช่วงสิ้นปี ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) และค่าขนส่ง มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามความต้องการในภูมิภาคที่ปรับดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีข้อสรุป” นายวิชาญ กล่าว
ด้านการรับมือมาตรการภาษี (Reciprocal Tariff) ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากสหรัฐฯ ประมาณ 4% ของรายได้รวม ผ่านการส่งออกสินค้าเพื่อผู้บริโภค ทำให้มีผลกระทบจำกัด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพิ่มการขายบรรจุภัณฑ์ภายในประเทศในอาเซียน และส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น อินเดีย บังคลาเทศ ออสเตรเลีย เป็นต้น
พร้อมใช้จุดแข็งจากห่วงโซ่การผลิตที่ยืดหยุ่น ฐานการผลิตที่หลากหลายในอาเซียน ครอบคลุมพอร์ตสินค้าและโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ที่สามารถผสานการผลิตและวัตถุดิบ รวมถึงวางแผนร่วมกับลูกค้าและการพิจารณาการจ้างผลิต เพื่อให้ได้ต้นทุนที่แข่งขันได้ในแต่ละตลาด
Most Viewed
News Highlight
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น NCL
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
ALLY ประกาศราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนสูงสุดไม่เกิน 5.00 บาท เตรียมรุกลงทุน 3 ทรัพย์สินใหม่ เสริมแกร่งเบอร์ 1 Lifestyle Community Mall ของไทย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” TEGH เคาะเป้าราคาสูง 4.40 บ. ออเดอร์ยางทะลัก! อินเดียเร่งนำเข้า ผลิตภัณฑ์ EUDR หนุนมาร์จิ้น–ยอดขายพุ่งต่อเนื่อง
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“WHART” เตรียมลงทุนเพิ่มโครงการ “WGCL” คาด Yield หลังเพิ่มทุน 0.783 บ./หน่วย... ชูทางเลือกในการสร้างรายได้สม่ำเสมอระยะยาว !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
SENA ดัน “FLEXI Mega Space Bangna” รับ ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ เจาะลูกค้าต่างชาติ ตอบโจทย์ทั้งอยู่อาศัยเองและปล่อยเช่า
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
News Highlight
MOTHER โค้งสุดท้ายปีสดใส ไฮซีซันท่องเที่ยวหนุนรายได้โต
