KEX เคาะ IPO 28 บาท เตรียมเทรด 24 ธ.ค.นี้ กวาดเงิน 8.4 พันล้านต่อยอดระบบขนส่ง
จากการที่เราเคย “ส่งของ” กำลังจะได้เป็น “เจ้าของ” เมื่อบริษัทเคอรี่ เอ็กเพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 24 ธ.ค.63 ด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกไปแล้ว จำนวน 300 ล้านหุ้น และต่อจากนี้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าซื้อหุ้นเพื่อเป็นเจ้าของหนึ่งในบริษัทขนส่งพัสดุแบบด่วนรายใหญ่ระดับประเทศที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องไปในอนาคต
นางสาววีณา เลิศนิมิต กรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม เปิดเผยว่า KEX เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะจากนักลงทุนสถาบัน (Bookbuilding) ที่ได้แสดงความต้องการจองซื้อที่ราคาสูงสุด 28 บาทต่อหุ้น ซึ่งมีความต้องการจองซื้อของนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างท่วมท้นมากกว่า 23 เท่าของจำนวนหุ้นที่จัดสรรแก่นักลงทุนสถาบัน จึงมีการกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย (Final Price) ที่หุ้นละ 28.00 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ KEX ในฐานะผู้นำการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนของประเทศไทย ด้วยศักยภาพที่โดดเด่น และแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
ทั้งนี้ปัจจุบัน เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ให้บริการจัดส่งพัสดุแบบครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกประเภท และมีเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ด้วยจุดให้บริการกว่า 15,000 แห่ง พร้อมศูนย์กระจายพัสดุกว่า 1,200 แห่ง ทั้งยังมีศักยภาพในการให้บริการ เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้บริการจัดส่งพัสดุด่วน โดยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและความแข็งแกร่งของฐานะการเงินแก่บริษัท
นายวราวุธ นาถประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฎิบัติการ KEX ชูกลยุทธ์ในการแข่งขันด้วยการสานต่อการเป็นผู้นำในประเทศไทย ด้วยการขยายเครือข่ายการจัดส่งพัสดุด่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดในประเทศไทย ขณะเดียวกันจะขยายการเติบโตในประเทศไทยผ่านกลุ่มลูกค้า ส่งถึง ลูกค้า (C2C) โดยการเพิ่มช่องทางการชำระเงินใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ยังได้ลงทุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานวิจัยเพื่อพัฒนาบริษัท รวมถึงการแสวงหาโอกาสการลงทุนทางธุรกิจใหม่ๆผ่านพันธมิตร ทางการค้าและผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ ขณะเดียวกันพิจารณาเข้าซื้อกิจการเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและผลักดันการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
สำหรับประเด็นการแข่งขันด้านราคาบริษัทของตอบว่า หลังจากที่เริ่มดำเนินการธุรกิจในวันแรกในคำนึงถึงราคาที่สามารถให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายเพื่อสร้างยอดการขนส่งให้กับบริษัท ดังนั้นจึงทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้
นายอิศรินทร์ ภัทรมัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสานงานการลงทุน KEX เปิดเผยว่า โดยปกติธุรกิจขนส่งของบริษัทจะอยู่ในระดับ 5-9% และในปัจจุบันมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ระดับ 3เท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นเพราะเป็นผลกระทบจาก TFRS16 ซึ่งส่งผลให้มีการปรับสัญญาเช่าเป็นหนี้สิน ขณะที่ gearing ratio อยู่ที่ 0.4 เท่า
นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่าจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอ 300 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขาย 28 บาทต่อหุ้น จึงทำให้คาดว่าจะระดมทุนได้กว่า 8,400 ล้านบาท โดยเงินที่จะได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปขยายเครือข่ายจัดส่งพัสดุด่วน เช่นการลงทุนในระบบการขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ จำนวนเงิน 4,370 ล้านบาท ประกอบกับนำเงินไปชำระคืนหนี้แก่ธนาคาร 800 ล้านบาท และส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 2,077-2,961 ล้านบาท

