ตลท. เดินหน้ายกระดับ การกำกับหลักทรัพย์ ใช้ MORE เป็นบทเรียนป้องกันการทำซ้ำ ลุยตั้ง “SDEP” สกัดความเสี่ยง ดีเดย์ 1 ก.พ. 69
ตลท. เผยใช้คดี MORE เป็นตัวยกระดับมาตรการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ 3 ด้านหลักๆ ป้องกันการกระทำซ้ำในอนาคต พร้อมจัดตั้ง Securities Data Exchange Platform (SDEP) สกัดความเสี่ยงระดับอุตสาหกรรม ดีเดย์ 1 ก.พ. 69
พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กล่าวถึงคดีหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE โดยระบุว่า คดีหุ้น MORE เป็นคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน ผู้กระทำความผิดมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับตลาดหุ้นและใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวช่วยในการกระทำความผิด ส่งผลกระทบต่อตลาดทุนและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างจำนวนมาก บช.ก.ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานในสังกัดและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทหลักทรัพย์ ก.ล.ต. ปปง. และ DSI เพื่อเร่งรัดดำเนินการระงับยับยั้ง ความเสียหาย จนสามารถดำเนินคดีและมีความเห็นสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 42 ราย
พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กล่าวถึงคดีหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE โดยระบุว่า คดีหุ้น MORE เป็นคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน ผู้กระทำความผิดมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับตลาดหุ้นและใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวช่วยในการกระทำความผิด ส่งผลกระทบต่อตลาดทุนและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างจำนวนมาก บช.ก.ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานในสังกัดและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทหลักทรัพย์ ก.ล.ต. ปปง. และ DSI เพื่อเร่งรัดดำเนินการระงับยับยั้ง ความเสียหาย จนสามารถดำเนินคดีและมีความเห็นสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 42 ราย
โดยถือเป็นคดีปั่นหุ้นที่สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้จำนวนมากที่สุดและสามารถยึดอายัดทรัพย์สินได้สูงถึง 4,500 ล้านบาท ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทำให้สามารถยับยั้งการกระทำความผิดและดำเนินคดีได้อย่างทันท่วงที
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า คดีหุ้น MORE ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการกระทำความผิดในตลาดทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นและทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในวงกว้าง ซึ่งการดำเนินการกับการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันสะท้อนให้เห็นว่า การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานภาคตลาดทุนมีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน
สำหรับคดีหุ้น MORE นอกเหนือจากการดำเนินการตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ในการดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้เป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการกระทำความผิด การรวบรวมพยานหลักฐาน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งช่วยทำหน้าที่สื่อสารความคืบหน้าทางคดีให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนและผู้ลงทุนได้รับทราบ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย
“สำหรับการป้องกันการกระทำผิดลักษณะเช่นนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ยกระดับมาตรการกำกับดูแลด้วยการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อาทิ มาตรการ Auto Pause รายหลักทรัพย์ มาตรการ Minimum Resting Time การเปิดเผยข้อมูลหลักทรัพย์ที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลผู้ลงทุนที่ส่งคำสั่งซื้อขายไม่เหมาะสมแก่บริษัทหลักทรัพย์สมาชิกทุกราย เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถใช้ประกอบการบริหารความเสี่ยงและร่วมกันป้องปรามพฤติกรรมดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที” นายอัสสเดช กล่าวเสริม
โดยการยกระดับมาตรการกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ๆ ได้แก่
1. กำหนดมาตรการป้องกันการซื้อขายที่อาจเข้าข่ายผิดปกติ
1) กำหนดให้มีระบบ Auto Pause เพื่อให้ บล. ผู้ลงทุน และ Regulators มีเวลาตรวจสอบข้อมูลและทบทวนการดำเนินการ โดยหยุดการซื้อขายเป็นเวลา 60 นาที เมื่อ Bid หรือ Offer > 15% ของจำนวนหลักทรัพย์ มีผลตั้งแต่ 6 พ.ค.68
2) ทบทวนเงื่อนไขการขึ้นเครื่องหมาย C เพื่อยกระดับการแจ้งเตือนหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงินและผลประกอบการ งบการเงิน และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีผลตั้งแต่ 25 มี.ค. 67
3) กำหนดให้ NVDR ซื้อขายได้เฉพาะต่างชาติ เพื่อป้องกันการลงทุนด้วยวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสม โดยนักลงทุนไทยที่มี NVDR คงค้างสามารถถือต่อหรือขายออกได้ แต่ห้ามซื้อเพิ่ม มีผลตั้งแต่ 1 เม.ย. 67
4) ปรับปรุงระบบคัดกรองคำสั่ง (Pre-trade) ที่อาจผิดปกติ เพื่อแจ้ง บล. โดยเร็ว โดยเพิ่มมาตรการ Volume Alert + ให้ข้อเท็จจริงสภาพการซื้อชาย High Market Impact มีผลตั้งแต่ 8 พ.ค.66
5) เพิ่มระบบคัดกรองคำสั่งซื้อขายก่อน Match ของ บล. เพื่อให้สามารถตรวจสอบคำสั่งในที่ช่วงก่อนเปิดตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ Pre-trade risk management (PTRM) มีผลตั้งแต่ 8 พ.ค.66
2. ปรับปรุงมาตรการการบริหารความเสี่ยงของ บล. ให้รัดกุมยิ่งขึ้น
1) กำหนดให้มีระบบ Auto Pause เพื่อให้ บล. ผู้ลงทุน และ Regulators มีเวลาตรวจสอบข้อมูลและทบทวนการดำเนินการ โดยหยุดการซื้อขายเป็นเวลา 60 นาที เมื่อ Bid หรือ Offer > 15% ของจำนวนหลักทรัพย์ มีผลตั้งแต่ 6 พ.ค.68
2) ทบทวนเงื่อนไขการขึ้นเครื่องหมาย C เพื่อยกระดับการแจ้งเตือนหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงินและผลประกอบการ งบการเงิน และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีผลตั้งแต่ 25 มี.ค. 67
3) กำหนดให้ NVDR ซื้อขายได้เฉพาะต่างชาติ เพื่อป้องกันการลงทุนด้วยวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสม โดยนักลงทุนไทยที่มี NVDR คงค้างสามารถถือต่อหรือขายออกได้ แต่ห้ามซื้อเพิ่ม มีผลตั้งแต่ 1 เม.ย. 67
4) ปรับปรุงระบบคัดกรองคำสั่ง (Pre-trade) ที่อาจผิดปกติ เพื่อแจ้ง บล. โดยเร็ว โดยเพิ่มมาตรการ Volume Alert + ให้ข้อเท็จจริงสภาพการซื้อชาย High Market Impact มีผลตั้งแต่ 8 พ.ค.66
5) เพิ่มระบบคัดกรองคำสั่งซื้อขายก่อน Match ของ บล. เพื่อให้สามารถตรวจสอบคำสั่งในที่ช่วงก่อนเปิดตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ Pre-trade risk management (PTRM) มีผลตั้งแต่ 8 พ.ค.66
2. ปรับปรุงมาตรการการบริหารความเสี่ยงของ บล. ให้รัดกุมยิ่งขึ้น
1) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาวงเงินของสมาคม เพื่อให้ บล. พิจารณาวงเงินและกำหนดอำนาจซื้อของลูกค้ามีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดย นำปัจจัยคุณภาพหลักทรัพย์และลูกค้ามา Haircut หลักประกันลูกค้า ในการคำนวณวณวงเงินและอำนาจซื้อ พิจารณาวงเงินลูกค้าแต่ละรายเทียบกับขนาด Equity ของ บล. และพิจารณาวงเงินแบบ Total Exposure ของลูกค้ารวมผู้เกี่ยวข้อง เป็นต้น มีผลตั้งแต่ 15 ก.ย. 67
รวมถึงปรับปรุงหลักเกณฑ์การซื้อขายบัญชีเงินสด เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์สมาคม โดยกำหนดให้คำนวนวณวงเงินและอำนาจซื้อตามที่สมาคมกำหนด มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.66 ตลอดจนปรับปรุงหลักเกณฑ์ NC เพื่อเพิ่มความยึดหยุ่นในการคำนวณสินทรัพรัพย์สภาพคล่องของ บล. โดยเพิ่มหนี้สินจากกรณีมีคำสั่งจากหน่วยงานทางการให้ระงับการชำระค่าขาย ให้เป็นหนี้สินพิเศษ โดยไม่รับรวมเป็นหนี้สินทั่วไป พร้อมปรับให้ใช้ Sub-debt มากกว่าส่วนของทุนได้ โดยต้องมีเงื่อนไขให้ยกเลิกหรือเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ย/ผลตอบแทนได้ มีผลตั้งแต่ 16 ส.ค. 67
3. จัดให้มีข้อมูลเพียงพอเพื่อการบริหารความเสียงที่ดีของ บล.
1) เปิดเผยข้อมูลการโอนหลักทรัพย์ เพื่อนำข้อมูลการโอนที่มีนัยสำคัญมาประกอบการบริหารความเสี่ยง โดยเปิดเผยการโอนข้าม บล. การโอนแบบ Script และการโอนระหว่างบัญชี 600 เป็นรายวัน เริ่มตั้งแต่ 2 พ.ค. 67
2) เปิดเผยข้อมูล Net Settlement เพื่อให้ทราบถึงปริมาณและมูลค่าการการซื้อขายหลักทรัพย์เดียวกันในวันเดียวกันที่มีนัยสำคัญมาประกอบการบริหารความเสี่ยง โดยเปิดเผยเป็นรายหลักทรัพย์และรายวัน เริ่มตั้งแต่ 24 มี.ค. 68
3) เปิดเผยรายชื่อลูกค้าที่ส่งคำสั่งซื้อขายไม่เหมาะสม เพื่อให้ทุก บล. รับทราบ และดำเนินการตามมาตาการที่สมาคมกำหนดกับลูกค้าค้ารายดังกล่าวอย่างท่าเทียมกัน โดยเปิดเผยทุกสิ้นวัน และ บล. ต้องลดวงเงินลูกค้าที่ถูกเปิดเผยรายชื่อที่เปิดบัญชีอยู่กับ บล. ตามระดับความรุนแรง เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ค. 67
4) จัดทำ Standard Form เพื่อให้ข้อมูลของ บล. จัดเก็บเป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถนำส่งให้หน่วยงานกำกับดูแลเพื่อการประมวลผลได้โดยสะดวกและรวดเร็ว เริ่มตั้งแต่ 2 ก.ย. 67
5) จัดตั้ง Securities Data Exchange Platform (SDEP) เพื่อให้ บล. ทราบข้อมูลลูกค้าที่มีความเสี่ยงในระดับอุตสาหกรรม ทั้งข้อมูลวงเงิน คุณภาพหลักประกัน มูลหนี้ และประวัติการชำระราคา โดยจัดตั้ง Platfrom การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Decentralized 1 ก.พ. 69
ด้าน นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ASCO ได้นำเสนอมาตรการต่าง ๆ ต่อหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อปิดความเสี่ยงไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีกในอนาคต และที่สำคัญ คือ การจัดตั้ง Securities Data Exchange Platform (SDEP) เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์รับทราบข้อมูลลูกค้าที่มีความเสี่ยงในระดับอุตสาหกรรม ทั้งข้อมูลวงเงิน คุณภาพหลักประกัน มูลหนี้ และประวัติการชำระราคา ด้วยการจัดตั้ง Platform การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Decentralized คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 1 ก.พ. 2569
Most Viewed
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“BLUEBELL” ส่องทิศทางลงทุนโค้งสุดท้ายปี 2026... แนะกลยุทธ์ “Barbell” จัดพอร์ตสร้าง “สมดุล” ฝ่าตลาดผันผวน !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
สรุปประเด็นสำคัญการประชุม IMF ฉบับ "แล้วคนไทยทำไงดี?"
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เกิดอะไรขึ้นกับฝรั่งเศส? สรุปปัญหาเรื้อรังที่ลุกลามจนกลายเป็นประท้วงเดือด
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
“กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ชี้ตลาดบัตรเครดิตปี 69 เหมือน ‘รถไฟเหาะ’ คาดทั้งปีโต 2-3% หากผลกระทบน้ำท่วมไม่รุนแรง
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
