Official Update :

สหรัฐฯ เก็บภาษีชิป 100% ใครรอด - ใครสะเทือน? เปิดรายชื่อบริษัทชั้นนำที่ได้ “สิทธิยกเว้น” พร้อมจับตาเทรนด์แยกตัวเทคโนโลยีโลก

สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ 100% ยกเว้นบริษัทที่ลงทุนในโรงงานหรือซัพพลายเชนภายในประเทศ นักวิเคราะห์ชี้ TSMC, Apple, Nvidia, Samsung, SK Hynix มีโอกาสรอดสูงจากการลงทุนในสหรัฐฯ แต่ SMIC, UMC, Rapidus และบางสายการผลิตของ Intel เสี่ยงกระทบหนัก หากยังไม่มีแผนลงทุนในสหรัฐฯ เพิ่ม


เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568  ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้า 100% สำหรับเซมิคอนดักเตอร์และสินค้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่นำเข้ามายังสหรัฐอเมริกา เว้นแต่บริษัทนั้น ๆ จะมีโรงงานผลิตหรือการลงทุนในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ


การประกาศนี้มีขึ้นในงานที่ทำเนียบขาว โดยมี Tim Cook ซีอีโอของ Apple ร่วมอยู่ในงานด้วย และถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของทรัมป์ในการนำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกลับมายังประเทศ


โดยล่าสุด บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายรายได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีครั้งนี้ เนื่องจากมีการลงทุนในสหรัฐฯ หรือมีโรงงานผลิตในประเทศอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น

  • TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company): ได้รับการยกเว้นภาษี เนื่องจากมีโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในรัฐแอริโซนา และยังมีแผนผลิตชิปรุ่น 2-นาโนเมตร ในสหรัฐฯ ภายในปี 2028
  • Apple: ได้รับการยกเว้นภาษี หลังจากประกาศแผนการลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมการผลิตชิ้นส่วน การย้ายซัพพลายเชน และการประกอบผลิตภัณฑ์ในประเทศ
  • Nvidia: มีแผนลงทุนมากกว่า 500 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูลและโรงงานผลิตชิปในสหรัฐฯ
  • Samsung Electronics และ SK Hynix: รัฐบาลเกาหลีใต้ยืนยันว่า Samsung และ SK Hynix ไม่อยู่ภายใต้ภาษีนำเข้า 100% เนื่องจากมีโรงงานผลิตชิปในเท็กซัส (Samsung) และศูนย์วิจัยชิป AI ในรัฐอินเดียนา (SK Hynix)


อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีการเผยแพร่รายชื่อบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่บทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์และนักลงทุนระบุว่า บริษัทเหล่านี้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง:

  • SMIC (Semiconductor Manufacturing International Corp.): SMIC ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของจีน ไม่มีโรงงานในสหรัฐฯ และคาดว่าจะต้องเผชิญกับภาษีเต็มอัตรา 100%
  • UMC และ Rapidus: ทั้งสองบริษัทไม่มีการดำเนินงานในสหรัฐฯ ในปัจจุบัน และแม้ Rapidus ของญี่ปุ่นจะมีความร่วมมือกับ IBM แต่ก็ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น
  • แม้ Intel จะมีฐานการผลิตในสหรัฐฯ อย่างชัดเจน แต่เนื่องจากยังมีการผลิตและประกอบชิปบางรุ่นนอกประเทศ นักวิเคราะห์จาก Jefferies จึงเตือนว่า Intel อาจเผชิญความเสี่ยงจากภาษี หากสินค้าบางกลุ่มยังไม่ผ่านเกณฑ์การยกเว้นที่เน้นการผลิตในประเทศ


ทั้งนี้ มาตรการภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ 100% ครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของสหรัฐฯ ในการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก
และบริษัทที่มีฐานการผลิตในสหรัฐฯ อย่าง TSMC, Apple, Nvidia, Samsung และ SK Hynix ก็โอกาสหลีกเลี่ยงภาษีได้ ขณะที่บริษัทอื่นๆ ที่ยังไม่มีการลงทุนในประเทศ ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนี่อาจนำมาสู่การแยกตัวทางเทคโนโลยี (tech decoupling) ทั่วโลก ที่ส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ของบริษัทเทคโนโลยีทุกเจ้า

Most Viewed
Insurance
BLA เผย 8 เดือนเบี้ยโต 5% เหนืออุตฯ ปรับพอร์ตลงทุน เพิ่มพันธบัตรรัฐบาล เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” รับสังคมสูงวัย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
กลุ่มบริษัทบางจาก OKEA และ JAPEX หารือโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ที่แม็คโคร ศรีนครินทร์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ อีก 4 ชั่วโมง
Stock of the Day
บ้านคนละหลัง PLUS ปลุกอสังหาฯ แค่บางกลุ่ม โบรกฯ ชี้ LPN-PSH รับอานิสงส์ แต่ชู SIRI-SPALI เด่น พื้นฐานแกร่ง-ปันผลสูง 8%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us