SET รับสัญญาณบวก ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง ลุ้นดัชนี MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย จับตา Thailand Focus ปลายเดือนนี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองหุ้นไทยมีสัญญาณบวก ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า EM ต่อเนื่อง ชี้ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน จับตา MSCI ปรับน้ำหนักพรุ่งนี้ มองความคืบหน้าคดี MORE หนุนความเชื่อมั่นเพิ่ม


นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2568 ตลาดหุ้นไทยมีสัญญาณเป็นบวกมากขึ้น ทั้งจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) และตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง, ภาษีนำเข้าสหรัฐที่ไทยได้ 19% เป็นอัตราที่สามารถแข็งขันได้, ตลาดหุ้นไทยยัง Undervalue โดยหลายบริษัทมีผลประกอบการเติบโตแต่ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value) และหุ้น THAI ที่กลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอีกครั้งก็นับเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความคึกคักให้กับบรรยากาศลงทุน


ทั้งนี้ ยังต้องติดตามการปรับน้ำหนักการลงทุนของดัชนี MSCI ในวันพรุ่งนี้ (8 ส.ค. 68) โดย MSCI เคยให้น้ำหนักตลาดหุ้นไทยสูงสุดราว 2% ในขณะที่ปัจจุบันปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.4% อย่างไรก็ตาม ให้จับตาตลาดหุ้นอินเดียเนื่องจากสหรัฐฯ คิดอัตราภาษีในระดับสูงถึง 50% หาก MSCI มีการปรับลดน้ำหนักลง ก็เป็นโอกาสที่หุ้นไทยอาตได้รับการเพิ่มน้ำหนัก


นอกจากนี้ ในวันที่ 27-29 ส.ค. 68 จะมีการจัดงาน Thailand Focus 2025 โดยมีกองทุนต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 100 กองทุน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำความคืบหน้าของคดีหุ้น MORE และโครงการ Jump+  ไปนำเสนอในงาน


นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการหารือกับผู้จัดการกองทุนประเภท Active Fund ซึ่งยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นไทย โดยเห็นว่ายังมีความน่าสนใจจากการที่ตลาดอยู่ในระดับราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน (Undervalued) อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงรอติดตามพัฒนาการของปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติม


สำหรับคดีที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างกรณีหุ้น MORE มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจนสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 42 ราย ล่าสุดวันที่ 6 ส.ค. 68 อัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา 28 รายต่อศาล และศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนมากยิ่งขึ้น


โดย ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 SET Index ปิดที่ 1,242.35 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 14.0% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็การปรับเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 31 ก.ค. 68 SET Index ปรับลดลง 11.3% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มการเงิน กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม


ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 42,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% จากเดือนก.ค. 67 อย่างไรก็ดี ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 41,971 ล้านบาท ลดลง 5.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 50.68% ของมูลค่าการซื้อขายรวมในเดือนกรกฎาคม อีกทั้งยังซื้อสุทธิ 16,121 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับมาซื้อสุทธิเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2567


สำหรับการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ในเดือนก.ค. 68 เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ดึงเงินลงทุนกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยเฉพาะเอเชีย ซึ่งเริ่มได้รับการจัดสรรพอร์ตใหม่จากกองทุนต่างชาติ ในส่วนของตลาดหุ้นไทย Valuation น่าสนใจ และแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาทมักจะช่วยให้มีเงินทุนไหลเข้า และ SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยผู้ลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 14 วัน จาก 21 วันทำการในเดือนก.ค. 68 ส่งผลให้มียอดซื้อสุทธิ 16,121 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับมาซื้อสุทธิเดือนแรกตั้งแต่เดือนก.ย. 67


การปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยของ สศค. อยู่บนสมมติฐานที่ว่าเศรษฐกิจยังได้แรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะอยู่ที่ 34.5 ล้านคน ขณะที่การส่งออกสินค้าคาดขยายตัว 5.5% ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.3% สะท้อนผลของการเร่งส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกเพื่อบริหารความเสี่ยงจากสงครามการค้า


อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ Federal Open Market Committee (FOMC) ของสหรัฐฯ  มีมติอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4.25% - 4.50% เป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกัน โดยถ้อยแถลงของประธาน ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังสะท้อนความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับนโยบายทางภาษีที่อาจจะกระทบทั้งอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ส่งผลให้การดำเนินนโยบายทางการเงินจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง และยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา
Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us