CRCL เปิดงบหลังเข้าเทรดครั้งแรก รายได้โตแรง! แต่กำไรยังสั่นคลอน
Circle Internet Group (CRCL) บริษัทฟินเทคสหรัฐฯ ผู้อยู่เบื้องหลังเหรียญ Stablecoin “USDC” กำลังรับประโยชน์จากกระแสการใช้งาน Stablecoin ที่พุ่งสูง และได้สร้างความฮือฮาหลังเปิดรายงานผลประกอบการครั้งแรกในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น ด้วยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2025 ที่โตแรง แต่ก็มาพร้อมกับตัวเลขขาดทุนก้อนใหญ่ จนทำให้นักวิเคราะห์มีความเห็นแตกออกเป็นสองฝั่งชัดเจน
ในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2025 CRCL มีรายได้ 658 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ไว้ แต่บริษัทกลับขาดทุนสุทธิ 482 ล้านดอลลาร์ พลิกจากกำไร 33 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษ 424 ล้านดอลลาร์จากการให้หุ้นพนักงานหลังเข้าตลาด (Stock-based compensation) และค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด 167 ล้านดอลลาร์จากตราสารหนี้แปลงสภาพ
รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณเหรียญ USDC หมุนเวียนที่พุ่งขึ้น 90% แตะ 61.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสิ้นไตรมาส และปริมาณธุรกรรมบนบล็อกเชนที่เพิ่มขึ้นกว่า 5.4 เท่า เป็นเกือบ 6 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ รายได้จากหมวดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ขณะที่รายได้จากค่าธรรมเนียมธุรกรรมเพิ่มจาก 1.6 ล้านดอลลาร์ เป็น 5.8 ล้านดอลลาร์ และแม้ค่าใช้จ่ายเพื่อส่งต่อบริการถึงผู้ใช้และค่าใช้จ่ายดำเนินงานจะสูงขึ้น แต่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย ที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EBITDA) ก็ยังเพิ่มขึ้น 52% YoY แตะ 126 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) 50%
สำหรับแนวโน้มในอนาคตระยะสั้น แม้บริษัทจะไม่ได้ให้ตัวเลขคาดการณ์ทั้งปี แต่ผู้บริหารได้ชี้ถึงโครงการสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ แพลตฟอร์ม Circle Payments Network ที่มีสถาบันการเงินกว่า 100 แห่งอยู่ในคิวใช้งาน, Arc บล็อกเชนเลเยอร์ 1 (Layer-1 Blockchain) ใหม่ที่ออกแบบเพื่อการเงินด้วย Stablecoin โดยจะเปิดทดสอบระบบ (Testnet) ในช่วงปลายปีนี้, และ Circle Gateway เครื่องมือโอน USDC ข้ามบล็อกเชนที่เปิดให้ทดสอบแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มการใช้งาน USDC และเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท
ส่วนนักวิเคราะห์ยังคงเห็นต่างกันอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น Citigroup มองบวก โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมเป้าหมายราคา 243 ดอลลาร์ จากความได้เปรียบของบริษัทในด้านกฎระเบียบและเป็นผู้นำตลาดตั้งแต่ต้น
ขณะที่ Deutsche Bank เลือกมองแบบระมัดระวัง โดยแนะนำให้ “ถือ” หุ้นไว้ที่ราคาเป้าหมาย 155 ดอลลาร์ เพราะมองว่ากำไรของบริษัทอาจไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น ถ้าดอกเบี้ยในสหรัฐฯ ลดลง รายได้จากดอกเบี้ยของบริษัทก็จะลดตาม (CRCL มีรายได้ส่วนหนึ่งจากดอกเบี้ยที่ได้จากการนำเงินดอลลาร์ซึ่งใช้ค้ำเหรียญ USDC ไปฝากในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบัญชีเงินฝากธนาคาร) และถ้าช่วงไหนความนิยมใช้ Stablecoin ชะลอตัว รายได้ก็อาจลดลงเช่นกัน
ด้าน Compass Point ปรับมุมมองเป็นลบ โดยลดคำแนะนำเป็น “ขาย” และหั่นราคาเป้าหมายจาก 205 ดอลลาร์ เหลือ 130 ดอลลาร์ ด้วยความกังวลเรื่องอัตรากำไรต่อหน่วยลดลงและการแข่งขันสูงขึ้น ขณะที่ Mizuho Securities ให้คำแนะนำ “Underperform” ด้วยราคาเป้าหมายเพียง 84 ดอลลาร์ โดยชี้ว่าอัตราการเติบโตของ USDC เริ่มชะลอ และพึ่งพารายได้จากดอกเบี้ยมากเกินไป
ข้อมูลจาก TipRanks ระบุว่าความเห็นรวมของนักวิเคราะห์ 15 ราย อยู่ในระดับ “ถือ” โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 180.08 ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น upside ราว 11.7% จากปัจจุบัน
ข้อสรุปสำหรับนักลงทุนทั่วไป: ผลประกอบการไตรมาส 2 ของ CRCL แสดงให้เห็นศักยภาพการเติบโตสูงในตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่การขาดทุนก้อนใหญ่ การพึ่งพารายได้จากดอกเบี้ย และความเห็นที่แตกต่างจากนักวิเคราะห์ก็เป็นสัญญาณความเสี่ยง
ดังนั้น สำหรับคนที่รับความผันผวนได้และเชื่อในอนาคตของ Stablecoin CRCL อาจเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ ส่วนผู้ที่ต้องการความมั่นใจ อาจรอดูความชัดเจนด้านกำไรและความสามารถในการแข่งขันก่อนตัดสินใจลงทุน

