Official Update :

เอาตัวรอดช่วงครึ่งปีหลัง! ด้วยหุ้น Earnings Play แนวโน้มกำไรแกร่ง

แม้แวดวงตลาดหุ้นไทยจะผ่านครึ่งปีแรกมาได้อย่างทุลักทุเล และคาดหวังว่าจะเห็นฟ้าใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีความท้าทายรออยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในและภายนอก ซึ่งทำให้นักลงทุนอาจเกิดความกังวลและลังเลไม่รู้ควรจะลงทุนในหุ้นกลุ่มไหนดี อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงกดดันเหล่านี้ ดูเหมือนยังมีโอกาสการลงทุนในหุ้นที่ผลประกอบการยังมีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่น ซึ่งถูกมองว่าเป็นธีมสำคัญของการลงทุนช่วงนี้


โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุ กลยุทธ์ลงทุนแนะนําให้ “Selective Buy” โดยหนึ่งในธีมที่น่าสนใจ คือ หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดครึ่งปีหลัง 2568 ผลการดําเนินงานจะยังเติบโตดีทั้งจากช่วงครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลและจากปัจจัยบวกที่มีเฉพาะตัว ได้แก่ ADVANC, BCPG, GULF, SCC, TIDLOR


ทั้งนี้ แนะนำ “OUTPERFORM” สำหรับ ADVANC ด้วยราคาเป้าหมาย 335.00 บาท โดยคาดว่าทำไรปกติไตรมาส 3/68 จะเติบโตเร่งตัวขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุมจากสองปัจจัย คือ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรธุรกิจ FBB เนื่องจากแนวโน้นอุตสาหกรรมยังคงเป็นบวก รวมถึงการประหยัดต้นทุนได้จากการประมูลคลื่นความถี่ครั้งล่าสุด เริ่มตั้งแต่เดือน ส.ค. 2568 ทั้งนี้จากการประเมินของ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ การประหยัดต้นทุนได้จะทำให้ ADVANC มีกำไรสุทธิเพิ่มเติม 330 ล้านบาท ในไตรมาส 3/68


เช่นเดียวกับคำแนะนำ “OUTPERFORM” สําหรับ BCPG ด้วยราคาเป้าหมาย 10.00 บาท โดยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/68 จะเป็นจุดตํ่าสุด และคาดการณ์ถึงกําไรที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 โดยได้แรงหนุนจากการรับรู้ค่า capacity payment ที่เพิ่มขึ้นมากในสหรัฐฯ เต็มไตรมาส และการเริ่มดําเนินการโครงการใหม่หลายโครงการ


พร้อมทั้งแนะนำ “OUTPERFORM” สำหรับ GULF ด้วยราคาเป้าหมายที่ 70.00 บาท ทั้งนี้ กำไรปกติครึ่งปีแรก 2568 คิดเป็น 50% ของประมาณการกำไรเต็มปีที่ปรับใหม่ แม้ว่าจะไม่มีรายได้เงินปันผลจำนวนมากจาก KBANK ตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ GULF จะได้รับประโยชน์จาก capacity payment ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการ COD Data Center เฟส 1 กำลังการผลิต 25MW นอกจากนี้ ยังคาดว่ากำไรปกติจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง 2568 จากการเริ่ม COD โครงการโซลาร์ฟาร์ม 5 แห่ง (+308MW) และโครงการโซลาร์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar + BESS) อีก 2 แห่ง (+289MW) ในไตรมาส 4/68


อีกทั้งแนะนํา “OUTPERFORM” สําหรับ SCC ด้วยราคาเป้าหมายที่ 244.00 บาท โดยกําไรปกติช่วงครึ่งปีแรก 2568 คิดเป็นสัดส่วน 39.2% ของประมาณการกําไรปกติเต็มปีของ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ทั้งนี้ คาดว่ากําไรปกติช่วงครึ่งปีหลัง 2568 จะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก 2568 จาก 1) การลดค่าใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการลดต้นทุน 2) จะเริ่มเห็นผลของการปรับราคาปูนซีเมนต์ 20% มากขึ้นและ 3) ไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก CAP ขณะที่จะรับรู้รายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้นแทน นอกจากนี้ บริษัทจะนําเงินที่ได้จากการขายหุ้น 10.57% ใน CAP มาลดหนี้และดอกเบี้ยจ่ายแต่จะถูกแทนที่บางส่วนโดยค่าใช้จ่ายในการเริ่มดําเนินโครงการ LSP ที่ ~US$10 ล้านในไตรมาส 3/68


นอกจากนี้ยังแนะนำ “OUTPERFORM” สำหรับ TIDLOR ด้วยราคาเป้าหมายที่ 21.00 บาท โดยคาดว่ากำไรสุทธิช่วงครึ่งปีหลัง 2568 จะลดลงจากช่วงครึ่งปีแรก จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก ECL ที่ลดลงและรายได้ที่สูงขึ้น สำหรับปี 2569 ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 9% โดยได้แรงหนุนจากสินเชื่อที่เติบโต 6% NIM ที่เพิ่มขึ้น 17 bps credit cost ที่ลดลง 5 bps non-Nll ที่เพิ่มขึ้น 6% และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ในระดับทรงตัว