Alibaba งบไม่หวือหวา แต่อนาคตยังแข็งแกร่ง
ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Alibaba ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ไม่ใช่เพราะการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่น แต่เป็นเพราะการเร่งตัวของ Cloud และ AI, การขยายธุรกิจ Instant Commerce และการฟื้นตัวแรงของกำไรสุทธิแบบ GAAP หลังบริษัทเดินหน้าลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI และบริการจัดส่งทันใจ โดยภาพรวมทางการเงินจึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ
ในไตรมาสที่สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2025 BABA รายงานรายได้ 247,652 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น +2% YoY จากแรงขับเคลื่อนสำคัญ เช่น รายได้ Cloud Intelligence Group ที่เติบโต (+26% YoY) จากความต้องการบริการ AI ที่เพิ่มขึ้น, การเติบโตของธุรกิจ Alibaba China E-commerce (ราว 10% YoY) จากการฟื้นตัวของ Taobao/Tmall และการเติบโตของธุรกิจ International Digital Commerce Group (+19% YoY) จากการขยายตัวของ Lazada และ AliExpress
ด้านกำไรสุทธิ (GAAP) อยู่ที่ 42,382 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 76% YoY ในทางกลับกัน กำไรสุทธิ Non-GAAP ลดลง 18% YoY มาอยู่ที่ 33,510 ล้านหยวน และ Adjusted EBITA ลดลง 14% YoY โดยความแตกต่างระหว่าง GAAP และ Non-GAAP มาจากการที่กำไรตามมาตรฐาน GAAP มีการบันทึกกำไรจากการลงทุนและการประเมินมูลค่าใหม่ของสินทรัพย์ รวมถึงกำไรจากการขายธุรกิจย่อย (Trendyol) ประกอบกับฐานเปรียบเทียบปีก่อนที่ต่ำ ขณะที่กำไร Non-GAAP ซึ่งตัดรายการพิเศษเหล่านี้ออกไป สะท้อนภาพของการลงทุนจำนวนมากเพื่ออนาคต ที่กดดันกำไรในระยะสั้น
สำหรับแนวโน้มในอนาคต บริษัทไม่ได้ให้ตัวเลขคาดการณ์รายได้ที่ชัดเจน แต่ผู้บริหารเน้นสามประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การขยาย AI และ Cloud โดยบริษัทระบุว่าในช่วงสี่ไตรมาสที่ผ่านมาได้ลงทุนกว่า 100,000 ล้านหยวนในโครงสร้างพื้นฐานและผลิตภัณฑ์ AI และยังมีรายงานอีกว่า BABA เตรียมลงทุนเพิ่มเติมราว 380,000 ล้านหยวน ในอีกสามปีข้างหน้า (2) การขยายธุรกิจ Instant Commerce โดยมองว่าตลาดรวมมีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านล้านหยวน และตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าสินค้ารวมที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม (GMV) ราว 1 ล้านล้านหยวนต่อปีภายในสามปี และ (3) การครอบครองพื้นที่ในใจผู้บริโภค (Mindshare) ของผู้บริโภคท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจาก PDD และ JD
หลังประกาศผลประกอบการ โบรกเกอร์หลายรายยังคงแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของ BABA โดย Jefferies ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก $150 เป็น $165 พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่าธุรกิจ Quick Commerce สร้าง synergy และทำให้ประสิทธิภาพการส่งมอบดีขึ้น
ด้าน Benchmark ลดราคาเป้าหมายจาก $190 เป็น $176 แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยชี้ว่าศักยภาพใน AI และ Cloud มีน้ำหนักมากกว่าความอ่อนแอระยะสั้น
ส่วน Citi คงราคาเป้าหมายที่ $169 พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่า BABA ยังแข็งแรงพอที่จะคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นผ่านการซื้อหุ้นคืนและปันผลพิเศษ
ขณะที่ Morgan Stanley ปรับลดราคาเป้าหมายจาก $180 เป็น $150 แต่ยังคงคำแนะนำ “น้ำหนักมากกว่าตลาด” (Overweight) โดยมองว่าการลงทุนกดดันกำไรในระยะสั้นแต่ยังเชื่อมั่นต่อศักยภาพระยะยาวของ AI และ Cloud
ทั้งนี้ ตามข้อมูลจาก MarketBeat บริษัทได้รับมุมมองเฉลี่ยที่ “Moderate Buy” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $159.67 ซึ่งหมายถึง Upside ราว 18% จากราคาปัจจุบัน
โดยสรุปแล้ว ผลประกอบการล่าสุดของ BABA สะท้อนว่ากำไรระยะสั้นนั้นถูกกดดัน จากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและตลาดใหม่ โดยเฉพาะ Cloud, AI และ Instant Commerce ทั้งนี้ด้วยมุมมองเชิงบวกจากโบรกเกอร์และ Upside สองหลัก ก็ทำให้ BABA ยังคงเป็นหุ้นจีนที่น่าจับตาสำหรับนักลงทุนที่พร้อมรับความผันผวน

