เปิดคำทำนายปัจจัยการเมือง กระทบตลาดหุ้นไทยมากแค่ไหน?
สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่ขณะนี้มีการชุมนุมกันหลายฝ่ายเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีการจัดการชุมนุมกันบ่อยครั้งมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงสถานการณ์ของการชุมนุมทวีความรุนแรงกันมากขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวจะต้องยอมรับว่าจะส่งผลกระทบต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า สถานการณ์ของการชุมนุมทางการเมืองเริ่มน้ำหนักกดดันดัชนีตลาดหุ้นไทยมากขึ้น จากจำนวนกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวมีความหลากหลายมากขึ้น และการชุมนุมเริ่มจัดบ่อยขึ้น แม้จะเป็นช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด19
อีกทั้งเริ่มมีการตอบโต้กันไปมาด้วยอุปกรณ์ที่มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ในเชิงปัจจัยมหภาค เริ่มมีผลกระทบระหว่างกลไกทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ โดยมีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด19 เป็นตัวเร่ง ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่มีความอ่อนไหวต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ขณะที่การเมืองในสภาฯจะมีความเข้มข้นมากขึ้นตั้งแต่ 18 ส.ค. 64 จากการลงมติงบประมาณปี 2565 วาระ 2-3 และการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจฯของฝ่ายค้าน
ทั้งนี้ หากจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากปัจจัยทางการเมืองจะมีผลต่อการลงทุนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า จะพบว่าหากเหตุการณ์ทางการเมืองมีการยืดเยื้อ ลักษณะคล้ายกับการชุมนุมในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. 63 มีโอกาสที่จะกระทบต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย ปรับลดลงไปหากรอบดัชนีที่ 1,450-1,480 จุด ซึ่งจะ Discount จากปัจจุบัน 5% คิดเป็น PER 64 ราว17.20-17.60 เท่า และจะมี Earning Yield Gap ที่ระดับ 4.1-4.2%
ขณะที่หากสถานการณ์มีความรุนแรง โดยอิงจากเหตุการณ์ช่วงเดือนพ.ค. 53 ที่ตลาดหุ้นไทยลดลงกว่า 6.7% ในช่วง 2 สัปดาห์ เทียบกับปัจจุบัน ซึ่งมองว่าจะทำให้ดัชนีลดลงไปที่ระดับ 1,435-1,425 จุด คิดเป็น PER 16.90-17.10 เท่า และจะมี Earning Yield Gap ที่ระดับ 4.3-4.4%
นอกจากนี้ หากเกิดเหตุการณ์ยุบสภา หรือมีการลาออก ซึ่งหากอิงจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในปี 54 และปี 56 พบว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อรอความชัดเจนจากการเลือกตั้ง ถ้าอิงกรอบการ Sideway รอบนี้คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะสามารถปะคองตัวได้ และไม่หลุดแนวรับสำคัญที่กรอบ 1,480-1,500 จุด
เพราะฉะนั้น หุ้น Domestic Play ที่เชื่อมโยงการเมืองและงบประมาณรัฐฯ เช่น รับเหมาก่อสร้าง ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและผู้วางระบบหรือผู้ที่พึ่งพารายได้จากการประมูลงานภาครัฐ รวมไปถึง กลุ่มค้าปลีก สินค้าเกษตร ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ที่ถูกกดดันจากสถานการณ์ COVID-19 อยู่แล้ว อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานขึ้น
แนะนำหลบภัยในหุ้น Defensive ที่มีปันผลสูง หรือ Global Play ที่ได้ผลดีจากเงินบาทอ่อนค่า เข่น ADVANC, DTAC, PTT, BCPG, BPP, BGRIM, STA, KKP เป็นต้น

