น่าเก็บไหม? หุ้น Adobe ร่วง 20% พื้นฐานยังแกร่ง แนวโน้มโตต่อเนื่อง
แม้หุ้น Adobe (ADBE) จะร่วงลงมากกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นปี แต่ล่าสุด หุ้นกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหลังรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2025 บริษัททำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำไรแข็งแกร่ง แถมมีการปรับเพิ่มประมาณการรายได้ในอนาคต ทำให้นักลงทุนทั่วโลกจับตามองว่าช่วงที่หุ้นยังราคาค่อนข้างต่ำนั้นเป็นโอกาสดีในการซื้อเก็บหรือไม่
ผลประกอบการไตรมาส 3 ชี้ ธุรกิจยังแข็งแกร่ง - ความต้องการยังมีต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง
ในไตรมาสล่าสุด ADBE เจ้าของโปรแกรมดังอย่าง Photoshop, Illustrator และ Acrobat ที่กำลังรุกขยายสู่ตลาดซอฟต์แวร์องค์กรผ่าน “Experience Cloud” รายงานรายได้ 5.99 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นราว 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านกำไรต่อหุ้นตามเกณฑ์ GAAP (EPS) อยู่ที่ 4.18 ดอลลาร์ ส่วนกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) อยู่ที่ 5.31 ดอลลาร์
ธุรกิจหลักที่ทำให้รายได้เติบโต ยังคงเป็น “Digital Media” (Creative Cloud และ Document Cloud) ที่ทำรายได้ 4.46 พันล้านดอลลาร์ โต 12% จากปีก่อน ขณะที่กลุ่ม “Digital Experience” ก็เติบโต โดยรายได้เพิ่มขึ้น 9% เป็น 1.48 พันล้านดอลลาร์ โดยมีรายได้จากการสมัครสมาชิกของลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น 11% นอกจากนี้ คำสั่งซื้อที่ทำสัญญาไว้ล่วงหน้า (RPO) ขยับขึ้นแตะ 20.44 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนความมั่นคงของรายได้ในอนาคต
ผู้บริหารปรับเพิ่มประมาณการทั้งปี แสดงถึงความเชื่อมั่นในการเติบโตต่อเนื่อง
สำหรับไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2025 บริษัทคาดรายได้อยู่ที่ 6.08–6.13 พันล้านดอลลาร์ และ EPS อยู่ที่ 4.27–4.32 ดอลลาร์ สำหรับทั้งปี 2025 มองรายได้ปรับเพิ่มเป็น 23.65–23.70 พันล้านดอลลาร์ ส่วน EPS ตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 16.53–16.58 ดอลลาร์ และธุรกิจ Digital Media คาดว่ารายได้ประจำปีจะเติบโตราว 11.3%
มุมมองนักวิเคราะห์วอลล์สตรีทยังออกมาเชิงบวก แม้จะมีระดับความมั่นใจต่างกัน
- Barclays ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 465 ดอลลาร์ โดยมองว่าการสมัครใช้งานใหม่และรายได้จาก AI โตเร็วกว่าคาด
- William Blair ย้ำคำแนะนำ “Outperform”จากการต่อยอดรายได้จาก AI ที่เริ่มชัดเจน
- Bank of America (BofA) ยังคงแนะนำให้ซื้อหุ้น Adobe แต่ลดราคาเป้าหมายลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 460 ดอลลาร์ (จาก 475 ดอลลาร์) เหตุผลไม่ใช่เพราะ ADBE มีปัญหา แต่เพราะทั้งกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีถูกมองว่ามีราคาค่อนข้างแพง ทำให้ต้องปรับเป้าให้ระมัดระวังมากขึ้น
- Deutsche Bank มีมุมมองระมัดระวังมากกว่า โดยคงคำแนะนำ “Hold” ที่ราคาเป้า 405 ดอลลาร์ เพราะต้องการเห็นหลักฐานที่ชัดเจนก่อนว่า AI จะช่วยเร่งการเติบโตจริง
- KeyBanc ให้น้ำหนัก “Sector Weight” หรือเป็นกลาง โดยบอกว่าการพิสูจน์จริงจะเกิดขึ้นในปี 2026 ว่า AI จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือไม่
โดยรวมจาก TipRanks นักวิเคราะห์ให้เรทติ้งเฉลี่ยที่ “Moderate Buy” และให้ราคาเป้าเฉลี่ย 12 เดือนที่ 470.50 ดอลลาร์ คิดเป็นโอกาสปรับตัวขึ้น (upside) มากกว่า 30% จากราคาปัจจุบัน
สรุป
ADBE เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแรง เพราะมีรายได้จากการสมัครสมาชิกโตต่อเนื่อง และกำลังต่อยอดรายได้จาก AI มากขึ้น ซึ่งการปรับเพิ่มประมาณการและคำสั่งซื้อในมือที่สูงขึ้นช่วยสร้างความมั่นใจว่าโมเมนตัมยังจะดำเนินต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามคือ ความเร็วในการนำ AI ไปใช้จริงจะช่วยเร่งสร้างรายได้ระยะยาวได้มากแค่ไหน ดังนั้นนักลงทุนอาจพิจารณาทยอยซื้อหุ้นสะสมเมื่อราคาย่อตัว เพื่อกระจายความเสี่ยง ในขณะที่เกาะโอกาสเติบโตในระยะยาวไปด้วย

