Official Update :

สำรวจ 5 หุ้นโรงพยาบาล ไตรมาส 3/68 ไฮซีซั่นหนุนผลงานแกร่ง

ไตรมาส 3 ของทุกปีเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาล เนื่องจากโรคไข้หวัดต่าง ๆ มักระบาดในช่วงฤดูฝน ทำให้ผลประกอบการไตรมาสนี้มักได้รับอานิสงส์เชิงบวก แต่สำหรับปี 2568 ผลงานของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจะเป็นอย่างไร ยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้หรือไม่ Wealthy Thai ได้สำรวจคาดการณ์กำไรของ 5 หุ้นโรงพยาบาลมาฝาก


มาเริ่มกันที่ BDMS หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มไตรมาส 3/68 จะเติบโตดีต่อเนื่องจากไตรมาส 2/68 และ 3/67 นอกจากจะเข้า High Season ของธุรกิจคาดกลุ่มลูกค้าเมียนมาที่กลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากที่ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวในปลายไตรมาส 1/68 และลูกค้าจีนที่เริ่มกลับมามากขึ้น รวมถึงกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางที่ยังเติบโตดี ส่วนประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาคาดกระทบในระยะสั้น


พร้อมคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 17,121 ล้านบาท โต 7% จากปีก่อน และคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่าราคาหุ้นยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แข่งแกร่ง โดยซื้อขายที่ PER เฉลี่ย 10 ปีต่ำกว่า -2SD ซึ่งต่ำเกินไปเรามองเป็นจังหวะในการเข้าลงทุน คงมูลค่าพื้นฐานที่ 33.60 บาท


ถัดมา BH หรือ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด คาดรายได้ไตรมาส 3/68 ราว 6,703 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 12% จากไตรมาสก่อนหน้า เข้าสู่ช่วง High Season ที่เป็นฤดูฝนและแนวโน้มกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางที่เติบโตดีต่อเนื่องจากไตรมาส 2/68 หลังจากผ่านพ้นช่วงเดือนรอมฎอน ดีมานด์ที่ชะลอจากช่วงแผ่นดินไหว รวมทั้งการทำสัญญาใหม่กับกลุ่มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ส่งผลให้มีการเติบโตทั้งปริมาณผู้ป่วย และความยากของโรคในการรักษา (Revenue Intensity)


ประกอบกับผลจากการปรับค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่ต้นปี 2568 ราว 4% ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/68 ราว 2,090 ล้านบาท โต 7% จากไตรมาส 3/67 และ 13% จากไตรมาส 2/68 ทั้งนี้ ยังคงประเมินกำไรปี 2568 ที่ราว 7,792 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 226 บาท


สำหรับ CHG หรือ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด คาดไตรมาส 3/68 จะเติบโตจากไตรมาส 2/68 จากการเข้าสู่ High Season แต่อาจทรงตัวจากไตรมาส 3/67 จากฐานสูง และคาดรายได้จะเติบโตจากศูนย์การแพทย์มะเร็ง และจากโรงพยาบาล CH แม่สอดที่คาดว่าปี 2568 จะมีผลขาดทุนที่ลดลง


ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.94 บาท และคาดกำไรปี 2568 ที่ 1,090 ล้านบาท กลับมาเติบโต 13% จากปีก่อน เป็นการกลับสู่สถานการณ์ปกติที่มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น จากการรองรับคนไข้ที่มีโรคซับซ้อนมากขึ้น และการรับคนไข้กลุ่มประกันสังคมเพิ่มขึ้น หนุนอัตราการทำกำไรจาก Economy of scale


ส่วน BCH หรือ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดกำไรในไตรมาส 3/68 จะเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 3/67 และ 2/68 หนุนโดยการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลางหลังช่วงรอมฎอน, ปัจจัยฤดูกาลจากฝนตก และการขยายบริการ wellness และ aesthetic อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งคลินิกรังสีรักษาเกษมราษฎร์ อารีย์ เตรียมให้บริการผู้ป่วยในระบบ UC และ Cancer Care ของประกันสังคม ในไตรมาส 3/68 ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานรายได้


นอกจากนี้ BCH ยังอยู่ในตำแหน่งที่น่าจะได้รับประโยชน์จากการขยายสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมของประกันสังคม โดยโรงพยาบาลในเครือมีการทำการตลาดเชิงรุกผ่านแพ็กเกจและศูนย์เฉพาะทาง โดยประเมินกำไรปี 2568 ที่ 1,524 ล้านบาท โต 5.32% จากปีก่อน โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BCH ที่ราคาเป้าหมาย 16.50 บาท


สุดท้าย PR9 หรือ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จาก​บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คาดไตรมาส /68 กำไรยังโตได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า สนับสนุนจากผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง


รวมถึงผู้ป่วยชาวเมียนมา, ลาว และบังคลาเทศที่ยังส่งเคสหนักเข้ามาต่อเนื่อง ชดเชยผู้ป่วยคนไทยที่ทรงตัวจากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจและการระบาดของโรคตามฤดูกาลที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/67 และการชะลอตัวของผู้ป่วย Fly In ชาวจีนและกัมพูชา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรวมกันประมาณ 5-6% ของรายได้รพ.


นอกจากนี้ยังมีมาตรการส่วนลดให้กับผู้ป่วยชาวไทยเหมือนไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับเดินหน้าทําการตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ PR9 คาดจะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี 14-15 ล้านบาทในไตรมาส 3/68 จากการบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 810 ล้านบาท โต 13.6% จากปีก่อน คงน้ำหนักการลงทุน Neutral ราคาเหมาะสม 30 บาท