Official Update :

MGC ลุ้นรายได้ปี 68 ทะลุ 25,000 ล้านบาท รับแรงหนุน EV จีน ยอดขายพุ่ง 500% ตุนแบ็กล็อกเฉียด 1,000 คัน มูลค่าหลายพันลบ.

แม้เศรษฐกิจไทยยังเต็มไปด้วยความท้าทายและภาพรวมตลาดตลาดรถยนต์ที่ยังแข่งขันรุนแรง บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยแรงหนุนจากความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าค่ายจีนที่ขยายตัวแบบก้าวกระโดด


โดยดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC เปิดเผยถึงแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงปลายปี 2568 ว่า บริษัทยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขัน โดยคาดว่ารายได้รวมปีนี้จะทะลุ 25,000 ล้านบาท เติบโตมากกว่าปีที่แล้วราว 10% ปัจจัยหนุนหลักมาจากการตอบรับอย่างร้อนแรงของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ค่ายจีน ที่มียอดเติบโตพุ่งกว่า 500% หรือเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน


ทั้งนี้ การส่งมอบรถใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 โดยเฉพาะไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จะเป็นอีกแรงขับสำคัญ เนื่องจากบริษัทมีคำสั่งซื้อรถยนต์จำนวนมากที่ทยอยรอส่งมอบ ซึ่งรวมถึง Back Order จากลูกค้าที่สั่งจองไว้ล่วงหน้า


อย่างไรก็ดี เพื่อเร่งกระตุ้นกำลังซื้อในโค้งสุดท้ายของปี MGC-ASIA ได้จัดงานแสดงรถยนต์ครั้งใหญ่ที่สยามพารากอน ซึ่งจัดต่อเนื่องมากว่าทศวรรษ โดยครั้งนี้นำรถยนต์หรูจาก 11 แบรนด์ กว่า 40 รุ่น มูลค่ารวมกว่า 250 ล้านบาท มาจัดแสดง พร้อมจับมือพันธมิตรบัตรเครดิตชั้นนำ เช่น SCB X, Card X, TTB, ธนาคารกรุงเทพ และกสิกรไทย มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า บริษัทคาดว่ายอดขายจากงานดังกล่าวจะอยู่ระหว่าง 250–300 คัน สอดคล้องกับความสำเร็จในปีก่อนที่ทำยอดขายได้กว่า 250 คัน


โดยกระแสความนิยมรถ EV ยังคงเป็นตัวชูโรง โดยเฉพาะแบรนด์ Xpeng และ Zeekr ที่ MGC-ASIA นำเข้าและจัดจำหน่ายภายใต้บริษัท ซี โมบิลิตี พลัส ซึ่งมียอดสั่งซื้อค้างส่งมอบ (Backlog) สำหรับไตรมาส 4 เกือบ 1,000 คัน คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท และคาดว่าจะทะลุเกิน 1,000 คันในไม่ช้า ด้านตลาดรถพรีเมียมเองก็ยังไปได้ดี โดย BMW i7 รุ่นใหม่ที่เปิดตัวฉลองครบรอบ 25 ปี ของ Millennium Auto Group มียอดสั่งจองแล้วกว่า 100 คัน ขณะที่ BMW i7 EDrive 60 M Sport ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้เพียง 2 เดือน ก็มียอดจองเกิน 100 คันเช่นกัน


นอกจากแรงหนุนจากตัวสินค้าแล้ว ปัจจัยมหภาคก็ยังส่งผลบวกต่อบรรยากาศการขาย ทั้งการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่รวดเร็ว ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นกำลังซื้อ รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง ซึ่งล้วนเป็นตัวช่วยเสริมให้ตลาดกลับมาคึกคักในช่วงโค้งสุดท้ายของปี


สำหรับเป้าหมายรายได้รวมของกลุ่ม MGC-ASIA ณ สิ้นปี 2568 บริษัทคาดว่าจะเติบโตทะลุ 25,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการรักษาอัตราการเติบโตของกำไรที่ระดับ 10% หรือมากกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงขับหลักจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 500% ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้