Official Update :

6 หุ้นโรงพยาบาลกอดกันร่วง วิตกนโยบายคุมเข้มค่ายาเอกชน โบรกฯ มองเป็นจังหวะเข้าสะสม ชู BCH เป็น Topick มองผลงานโตกว่ากลุ่ม

6 หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลกอดคอกันร่วง โดยคาดว่ามาจากประเด็นความกังวลกรณี คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เดินหน้าลดภาระค่ารักษาพยาบาลและค่ายาที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนให้เปิดเผยราคายาอย่างชัดเจน เปิดทางให้ผู้ป่วยมีสิทธิ์ซื้อยาจากร้านขายยานอกโรงพยาบาล คาดช่วยลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 32,400 ล้านบาทต่อปี


พร้อมทั้งเข้มงวดการควบคุมราคายาและเวชภัณฑ์จำเป็น คาดช่วยประหยัดเพิ่มอีก 1,100 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นมาตรการ “Quick Big Win” ที่ช่วยเพิ่มทางเลือก ลดความเหลื่อมล้ำ และบรรเทาความแออัดของโรงพยาบาลรัฐ


โดยราคาหุ้น บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 12.60 บาท ลบ 0.40 บาท หรือ -3.08% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 136.69 ล้านบาท


ขณะที่ บริษัท โรงพยาบาล ลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH ปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 3.88 บาท ลบ 0.08 บาท หรือ +2.02% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 0.06 ล้านบาท


ด้าน บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 20.30 บาท ลบ 0.20 บาท หรือ -0.98% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 304.92 ล้านบาท


ส่วน บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH ปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 5.40 บาท ลบ 0.05 บาท หรือ -0.92% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.38 ล้านบาท


สำหรับ บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH ปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 13.30 บาท ลบ 0.10 บาท หรือ -0.75% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.22 ล้านบาท


รวมถึง บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 174.50 บาท ลบ 1.00 บาท หรือ -0.57% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 227.36 ล้านบาท


ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า จากประเด็นดังกล่าวอาจเป็น sentiment ระยะสั้น แต่ในเชิงผลกระทบเบื้องต้นไม่น่าจะกระทบอย่างมีนัยยะ จากการสอบถามไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์


BDMS และ BCH ได้ชี้แจงว่านโยบายของคุณศุภจีไม่ใช่ประเด็นใหม่ในการช่วยลดภาระประชาชน ไม่ใช่การใช้ยาลดราคาที่สูงไป น่าจะเป็นการแสดงวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย แต่ความจริงแล้วรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้มีนโยบายตามมติ กกร. เรื่องการควบคุมราคายา ซึ่งก็มีมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนหน้า ทั้งการเปิดเผยราคาและการเปิดทางให้ประชาชนไปซื้อยานอกโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้ว


ทั้งนี้ หากจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงและมีผลคงต้องรอดูเรื่องเบี้ยประกันที่ทางคุณศุภจีแสดงความกังวลว่าคงสูงเกินไป ซึ่งรัฐบาลชุดนี้อาจจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว และหากมีการให้ปรับลดเบี้ยประกันเพื่อช่วยสนับสนุนให้ประชาชนสามารถมาใช้บริการเอกชนได้มากขึ้น เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลรัฐ ก็น่าจะเป็นบวกต่อทั้งประชาชนและโรงพยาบาล


อย่างไรก็ดี บล.หยวนต้า มองว่าหากราคาหุ้นโรงพยาบาลปรับลงจากข่าวนี้ อาจเป็นจังหวะในการเข้าสะสม โดยเลือก BCH (TP 18.50 บาท) เป็น Top Pick จากผลประกอบการปีนี้ที่เติบโตดีกว่ากลุ่ม และการฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยประกันสังคม