สุดยอด! 7 หุ้นเด่น ใน SET50 หุ้นที่มีอัตรากำไรสุทธิมากสุด!!
หมดฤดูช่วงการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/64 กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักลงทุนก็คงจะรู้กันแล้วว่าผลประกอบการของบริษัทที่เราถือหุ้นอยู่นั้นเติบโตมากน้อยแค่ไหน และเติบโตมาจากสาเหตุอะไร แต่อย่างไรก็ตามการเติบโตของธุรกิจนั้นมีทั้งได้รับผลกระทบในทางลบ และในทางบวกจากปัจจัยในประเทศ และต่างประเทศ โดยหลักแล้วกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกประเทศจะมีผลประกอบการที่เติบโตได้ดีกว่า
ถ้าหาสาเหตุว่าทำไมธุรกิจที่มีสัดส่วนยอดขายที่ต่างประเทศเป็นหลักเติบโตมากกว่านั้น ก็เป็นเพราะเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศผู้พัฒนาแล้วต่างพลิกเป็นฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ต้องเผชิญหน้าแก้วิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ที่ได้เฉียบขาดกว่ากลุ่มประเทศอื่นๆ ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการอุปโภคบริโภค ยังมีการเติบโตให้เห็นอยู่บ้าง โดยเฉพาะธุรกิจสินเชื่อที่ยังคงมีฐานกำไรในระดับสูง
อย่างไรก็ตามหากจะดูถึงผลกำไรสุทธิที่เติบโตขึ้นนั้น หากลองอ่านงบการเงินหรือคำอธิบายผลประกอบการประจำไตรมาสที่ทางบริษัทจำเป็นที่จะต้องชี้แจงให้ตลาดหลักทรัพย์ได้ ซึ่งทางนักลงทุนอย่างเราๆก็สามารถไปสืบค้นข้อมูลได้ที่หน้าเว็บไซต์ของทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า กำไรสุทธิที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการดำเนินธุรกิจจริงหรือไม่ หรือว่ามาจากการขายสินทรัพย์หรือการที่พลิกมีกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยน
ดังนั้นวันนี้ทาง Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปดูว่าหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม SET 50 ที่มีอัตรากำไรสุทธิมากที่สุด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว หรือ เรียกง่ายๆว่ากำไรจากการดำเนินงาน ซึ่งหากคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิแล้วจะอยู่ที่เท่าไหร่ และหุ้นไทยที่สามารถครองตำแหน่งแชมป์ที่มีอัตรากำไรสุทธิมากที่ในงวด 6 เดือนแรกของปี 64
อันดับที่หนึ่ง คือ INTUCH โดยรายงานผลมีกำไรสุทธิ งวด 6 เดือน มี 5,473.58 ล้านบาท ลดลง 4.3%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,720.7 ล้านบาท เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจาก ADVNAC และ THCOM ลดลง โดยมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อยและบริษัทร่วม จำนวน 5,564 ล้านบาท ลดลง 4.8% ดังนั้นส่งผลให้มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 273.84% ซึ่งมากที่สุด

ลำดับที่ 2 ได้แก่ หุ้นถุงมือยาง STGT ที่รายงานผลกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกที่ระดับ 18,934 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,001% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1,718 ล้านบาท จากราคาขายและปริมาณถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้ STGT มีอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 60.74% ขึ้นแท่นเป็นเบอร์สอง

ขณะที่อันดับที่ 3 ตามมาติดอย่างบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 2,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,015 ล้านบาท เพราะมีค่าใช้จ่ายลดลงจากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 49.65%

ส่วนอันดับที่ 4 เป็นของบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ธุรกิจสินเชื่อยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ มีกำไรสุทธิงวด 6 เดือนที่ 2,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 34.10%

อันดับที่ 5 ได้แก่ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC โดยครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิ 3,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,790 ล้านบาท รอบ 5 เดือนแรก ปี 64 ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรของบริษัทเพิ่มขึ้นที่ 5.4% ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมขยายตัวที่ 2.2% โดย KTC มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 31.04%

สำหรับอันดับที่ 6 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีการล็อกดาวน์ปิดห้างสรรพสินค้า จึงทำให้อาจจะต้องสูญเสียค่าเช่าพื้นที่ห้าง หรืออาจจะต้องงดเก็บค่าที่ แต่ งวด 6 เดือนปี 64 ก็มีกำไร 5,103 ล้านบาท หรือ 1.14 เพิ่มขึ้น 0.9% จากช่วงเดียวกันปี 63 ที่มีกำไร 5,059. ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 30.88%

ปิดท้ายกันที่ลำดับที่ 7 อย่าง บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ผลิตยางแผนธรรมชาติรายใหญ่ของไทย มีกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 11,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 465% จากปีก่อนที่มี กำไรสุทธิ 1,947 ล้านบาท ส่งผลให้มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 30.15% ซึ่งหลักๆแล้วได้รับผลดีจากธุรกิจถุงมือยางที่มีออเดอร์หนาแน่นกับราคาขายในระดับสูง

