TFM หุ้นอาหารสัตว์น้ำปันผลฉ่ำ ปี 69 ผลตอบแทนทะลุ 8%
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้กลับมาพร้อมกับ TFM หรือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจ เช่น อาหารกุ้ง อาหารปลา และอาหารสัตว์บก ซึ่งนอกจากจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูง 7-8% แล้ว นักวิเคราะห์ยังประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิในปี 2568 จะเติบโตจากปีก่อนถึง 14%
โดย TFM มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม หลังจากการหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามข้อบังคับของบริษัทฯ และตามกฎหมายแล้ว
ล่าสุดงวดผลประกอบการ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 68 บริษัทปะกาศจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท และจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิไปแล้วในวันที่ 27 ส.ค. 68
ส่วนเงินปันผลที่เหลืออีก 1 ครั้ง TFM อาจจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท บนคาดการณ์ปันผลปี 2568 ที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่าจะจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูง 7.7%
สำหรับปี 2569 คาดการณ์ว่าบริษัทจะจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 8.5%
ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงาน คาดกำไรปกติไตรมาส 3/68 ที่ 218 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำระดับสูงสุดใหม่ได้ต่อ และเป็นระดับสูงสุดของปี หนุนจากธุรกิจอาหารกุ้ง-ปลาในประเทศที่ขยายส่วนแบ่งตลาดได้ต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์โรคระบาดในอินโดนีเซียคลี่คลาย
ด้านไตรมาส 4/68 คาดกำไรปกติชะลอลงจากไตรมาส 3/68 ตามปัจจัยฤดูกาลที่ผ่านพ้นช่วง High Season ของธุรกิจ และเกษตรกรจะเริ่มชะลอลงกุ้งในช่วงฤดูหนาว แต่มีโอกาสที่ชะลอลงน้อยกว่าทุกปีจากแนวโน้มการขยาย ส่วนแบ่งตลาดที่ TFM ยังทำได้ดีต่อเนื่อง และหากเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เราคาดกำไรปกติยังเติบโตจากส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูงขึ้น และราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลงจากปีก่อน
ทั้งนี้ หากเป็นไปตามที่คาดแนวโน้มกำไรปกติปี 2568 ของ TFM อาจมี Upside จากประมาณการของเราที่ 612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน อยู่ราว 15 – 20% โดยจะทบทวนประมาณการของเราอีกครั้งหลังงบไตรมาส 3/68 ออก
อย่างก็ตาม ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการขยายธุรกิจของ TFM ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมองเป็นตัวเลือกสำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อคาดหวังเงินปันผล ราคาปัจจุบันให้ Dividend Yield ที่ราว 8% ต่อปี เบื้องต้นคงราคาเหมาะสมที่ 6 บาท และคงคำแนะนำ TRADING หากมีสถานะแนะนำ “ถือ” แต่หากไม่มีสถานะแนะนำรอจังหวะเข้าสะสมช่วงที่ราคาหุ้นย่อตัว

