BPP กำเงินลงทุนปีละ 300 ล้านเหรียญ ลงทุนโรงไฟฟ้า ดันปี 68 แตะ 5,300 MW
บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพเพื่อโลกที่ยั่งยืน ด้วยสมดุลของพอร์ตธุรกิจจากทั้งพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป (Thermal Power Business) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Business) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้จัดงานแถลงข่าวครั้งสำคัญ โดยมีนายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เป็นผู้ให้ข้อมูล จะมีความน่าสนใจแค่ไหน Wealthy Thai สรุปมาให้แล้ว
โดยบริษัทวางเป้าหมาย ในปี 2568 จะมีกำลังผลิตไฟฟ้า 5,300 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุน3,330 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ รวมถึงโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมจ่ายไฟรวม 3,224 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 106 เมกะวัตต์
ทั้งนี้บริษัทวางงบลงทุนราว 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการใหม่ โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างพิจารณาเข้าลงทุนอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศที่บริษัทมีการลงทุนอยู่แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน เป็นต้น โดยเน้นโครงการที่สามารถต่อยอดธุรกิจได้ และสร้างกระแสเงินสดทันที
สำหรับปี 2564 บริษัทวางเป้าจะมี EBITDA เติบโตจากปีก่อน โดยครึ่งปีหลังของปี 2564 จะมีการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่เพิ่มเติม มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 700 เมกะวัตต์ อาทิ ล่าสุดคือการเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I กำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 384 เมกะวัตต์ ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่มีการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว พร้อมสร้างกระแสเงินสดได้ทันที โดยคาดว่าการลงทุนในครั้งนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในสัญญา และสามารถรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/2564
ตามด้วยโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในจีน กำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 396 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ในช่วงทดสอบการเดินเครื่องเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องได้ในช่วงไตรมาส 3/2564 รวมทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมเอลวินหมุยยิน (El Wind Mui Dinh) ในเวียดนาม กำลังผลิต 38 เมกะวัตต์ ที่ BPP เข้าลงทุนก่อนหน้านี้จะรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/2564 เช่นกัน
ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้มีจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหวินเจา (Vinh Chau) ระยะที่ 1 ในเวียดนาม กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ได้ในช่วงไตรมาส 3/2564 รวมไปถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น 2 โครงการ ได้แก่ เคเซนนุมะ (Kesennuma) กำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ และชิราคาวะ (Shirakawa) กำลังผลิต 10 เมกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ในไตรมาส 4/2564
นายกิรณ กล่าวอีกว่า ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 BPP ยังคงดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ พร้อมบริหารทั้งทีมงานและธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของเราทุกแห่งให้สามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงแสวงหาโอกาสขยายการเติบโตของกำลังผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนที่สมดุลระหว่างพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปและพลังงานหมุนเวียนในประเทศที่มีศักยภาพ โดยจะประเมินและพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสมแก่ผู้มีส่วนได้เสียต่อไป พร้อมกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกประเทศที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ” นายกิรณ กล่าวปิดท้าย
