Official Update :

RAM ปักเป้ารายได้ปี 68 แตะ 1.4 หมื่นล้าน โต 40% หลังรับรู้งบ THG ตั้งแต่ไตรมาส 3/68 ลุยกลยุทธ์ M&A – Brownfield เสริมการเติบโต

กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหง หรือ RAM Hospital Group หนึ่งในเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้า Rebranding เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมปรับกลยุทธ์ลงทุนสู่ Brownfield, M&A และ Partnership


นางสาวฤกขจี กาญจนพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM เปิดเผยว่า บริษัทตั้งหมายเป้ารายได้ปี 2568 ที่ 14,495 ล้านบาท เติบโต 40% จากปีก่อน โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการเติบโตของทุกโรงพยาบาลในเครือ (Organic Growth) และการรับรู้รายได้จาก บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) ซึ่งเริ่มบันทึกเข้ามาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นในอนาคต


“ภาพรวมผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลรามคำแหงยังเป็นไปตามคาด แม้ช่วง High Season ของปีนี้อาจเลื่อนออกไป 1-2 เดือน จากปัจจัยฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อมั่นว่าผลประกอบการในครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้”


โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทปรับโฟกัสกลยุทธ์การลงทุนจาก Greenfield (สร้างใหม่) มาสู่การลงทุนในลักษณะ Brownfield, M&A และ Partnership มากขึ้น เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยองค์กรไม่ได้ตั้งงบลงทุนตายตัว แต่พิจารณาตามโอกาสที่เหมาะสมเป็นหลัก ทั้งในแง่ของจังหวะเวลาและมูลค่าการลงทุน


ล่าสุดบริษัทได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน THG เป็น 49.99% ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/68 ส่งผลให้กลุ่มรามคำแหงมีเครือข่ายโรงพยาบาลรวม 46 แห่งทั่วประเทศ และมีจำนวนเตียงรวมกว่า 7,800 เตียง ขึ้นแท่นเป็นผู้นำอันดับ 2 ของกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนไทย


นอกจากนี้ บริษัทยังลงทุนเพิ่มใน บริษัท เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (CMH) และเดินหน้าก่อสร้าง โรงพยาบาลน่านราม (ทุนจดทะเบียน 800 ล้านบาท) รวมถึงเตรียมพัฒนา โรงพยาบาลมหาสารคามราม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ


อย่างไรก็ตาม บริษัทมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ยังสามารถขยายการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตได้อีกมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.5 เท่า พร้อมบริหารสมดุลระหว่างกระแสเงินสดและการกู้ยืม เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว


ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างการปรับภาพลักษณ์องค์กร (Rebranding) ภายใต้ยุทธศาสตร์ “RAM 2.0 – The New Era of Ram Hospital Group” เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ และขยายฐานคนไข้รุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยกลยุทธ์ใหม่นี้ครอบคลุม 5 แกนหลัก ได้แก่

  • Clinical Excellence ยกระดับขีดความสามารถทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

  • Network Synergy เชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาลในกลุ่มให้บริการแบบไร้รอยต่อ

  • Asset Optimization เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์

  • Strategic Expansion เดินหน้าการลงทุนและ M&A อย่างต่อเนื่อง

  • ESG Commitment ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้าน นพ.พิชญ สมบูรณสิน ประธานกรรมการบริหาร RAM กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 37 ปีที่ผ่านมา กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหงได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ในการยืนหยัดผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะวิกฤตโควิด-19 ด้วยรากฐานที่มั่นคงเราไม่เพียงแต่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความเป็นเลิศทางการแพทย์ ที่เรามุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการรักษาพยาบาลอย่างไม่หยุดยั้ง


โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Centers of Excellence) ที่หลากหลายและทันสมัย เช่น ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์สมองและระบบประสาท และศูนย์ผ่าตัดส่องกล้องหู คอ จมูก พร้อมนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery), ผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) และ Telemedicine เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการรักษา


อีกทั้งกลุ่มรามคำแหงยังขยายเครือข่ายพันธมิตรเพื่อสร้างสรรค์พลังร่วม ด้วยการร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลพันธมิตรชั้นนำทั่วประเทศ เช่น โรงพยาบาลวิภาราม โรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลสินแพทย์ และโรงพยาบาลวิภาวดี ซึ่งล้วนเป็นโรงพยาบาลมาตรฐานสากล (JCI), มาตรฐาน AACI และมาตรฐาน HA ทำให้มีจุดแข็งระบบการส่งต่อผู้ป่วยภายในเครือข่าย ที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบวงจรและตรงจุด ศักยภาพนี้ทำให้กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหง พร้อมก้าวสู่การเป็น Medical Hub ที่สำคัญของไทย


“เป้าหมายของเรามากกว่าแค่การเป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจร แต่คือการยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขของไทย พร้อมมุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิต ผ่านการแพทย์เชิงป้องกัน ส่งเสริม และฟื้นฟู เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนยาวขึ้น ด้วยความพร้อมของเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตร เราเชื่อมั่นว่าการก้าวไปข้างหน้าครั้งนี้ และการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย สู่การเป็น Medical Hub ชั้นนำของภูมิภาคที่มีศักยภาพดึงดูดผู้เข้ารับบริการจากทั่วโลก อันเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับประเทศไทย” นพ.พิชญ กล่าว
Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ อีก 18 ชั่วโมง
Fun of Funds
“ES-GTECHSSF” คัดเน้นๆ “หุ้นเทคฯ โลก”... พร้อมโตตาม “โลกยุคดิจิทัล” สร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว!!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“การบริหารเงินสด”...หัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ “อย่างยั่งยืน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 6 ก.ย. 69...ที่เว็บไซต์ “ก.ล.ต.” !!!
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“Gold Fund” ปีนี้ ทรงตัวตาม “ทองโลก” ติดลบเฉลี่ย -0.72%... ส่วน “Silver Fund” บวกเล็กน้อยเฉลี่ย +2.03% เป้า “ทองคำ” ปีนี้ 4,600 – 6,300 ดอลล์ ส่วน “Silver” 70 – 85 ดอลล์ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us