หุ้นไทยอาจลงกว่า 115 จุด? หากFED ลุยทำ “QE Tapering”

แม้ 2 วันนี้ตลาดหุ้นไทยอาจจะปรับตัวขึ้นได้แรงเร็วจนหลายคนมองว่าตลาดเริ่มเป็นขาขึ้น แต่แท้จริงแล้วก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยอาจปรับตัวลดลงได้รุนแรง โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับลดมาตรการนโยบายการเงินเชิงปริมาณ หรือการทำQE ของสหรัฐที่ทั่วโลกเริ่มจับตา เพราะจะมีผลกระทบกับสภาพคล่องโดยตรงและเกิดความผันผวนกับตลาดหุ้นทั่วโลกได้


แล้วจะกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจะมีมากแค่ไหน และอะไรคืออนาคตของตลาดหุ้นที่สดใส  วันนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปดูว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตลาดทุนของไทยจะเป็นอย่างไร และหุ้นกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์


ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเฝ้าจับตามองการประชุมใหญ่ประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมือง Jackson Hole ซึ่งเป็นที่ตลาดคาดหมายว่าเฟดนั้น จะส่งสัญญาณทยอยปรับลดวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตร หรือ QE Tapering ในปีนี้ โดยนาย เจอร์โรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางของสหรัฐ จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์วันที่ 27 ส.ค. 64 เวลา 10.00 ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 21.00 น. วันศุกร์ที่ 27 ส.ค. 2564 ตามเวลาไทย


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส ระบุว่า รายงานการประชุม (Fed Minute) ในช่วงที่ผ่านมามีใจความสำคัญว่า กรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นว่าหากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐดำเนินต่อไป Fed จะเริ่มพิจารณาปรับลดวงเงิน QE Taperingในปีนี้ ตามที่ตลาดคาดหมายการประชุม JacksonHole วันที่ 26-28 ส.ค. 64 ซึ่งปัจจุบัน Fed กำหนดวงเงิน QE จำนวน 1.2 แสนล้านเหรียญ/เดือน


หาก QE tapering เกิดขึ้น ผลกระทบประเมินเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือตลาดหุ้นโลกผันผวน ส่วน Bond Yield และอัตราแลกเปลี่ยนปรับขึ้น คือตลาดหุ้นโลกผันผวนและอาจปรับฐานช่วงสั้น ในอดีตผันผวนแรงหลังประกาศ QE taper ล่าสุดเมื่อวานหุ้นสหรัฐ ถูก take profit ราว 1% และเชื่อว่าวันนี้ SET Index คาดจะได้รับ Sentiment ลบเช่นกัน


โดยฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ได้เก็บสถิติในอดีตว่า QE Tapering รอบก่อน ส่งผลต่อ Market Earning Yield Gap(MEYG) อย่างไร ได้ผลลัพธ์ว่า MEYG เคยแตะระดับ 4.6% ซึ่งค่าเฉลี่ยย้อนหลังอยู่เพียง 3.9% เท่านั้น ดังนั้นหากคิดกับ EPS64F ในปัจจุบันที่ 73.60 บาทต่อหุ้น จะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยถูกดันกว่า 115 จุด หรือมาอยู่ที่ระดับ 1,437 จุด


โดยหากอ้างอิง Pattern การส่งสัญญาณ QE Tapering ในรอบก่อนปี 56-58 พบว่า ตั้งแต่ Fed เริ่มส่งสัญญาณ QE Tapering ครั้งแรก จนถึงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะใช้ระยะเวลาประมาณ 20 เดือน ดังนั้น ถ้ากำหนดให้ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจริงในช่วงปลายปี 66 (ตามที่ส่งสัญญาณในการประชุมมิ.ย. 64) เมื่อนำมาคำนวณย้อนกลับ จะพบว่า Fed ควรจะส่งสัญญาณ QETapering ในรอบนี้ประมาณช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค. 64


ขณะเดียวกันแนวโน้ม Bond Yield สหรัฐคาดจะกลับเป็นขาขึ้น รวมถึง Bond Yield ไทยปรับขึ้นตาม ส่วน Dollar Index มีแนวโน้มแข็งค่าต่อ ปัจจุบันอยู่บริเวณ 93-93.5 จุด (หากผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 94 บาท) คาดหนุนค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าทะลุขึ้นไปยืน 34 บาทต่อดอลลาร์ได้ ทั้งนี้โดยภาพรวมยังเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นในกลุ่มส่งออก


นอกจากนี้ยังส่งผลให้ Fund Flow ต่างชาติคาดชะลอการไหลเข้าในกลุ่มเอเซีย รวมถึงไทย ซึ่งจะเห็นได้จากFlow ต่างชาติในการซื้อหุ้นช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ Flow ต่างชาติไหลออกจากหุ้นในภูมิภาคถึง 4,000 ล้านเหรียญ โดยไหลออก 3 จาก 5ประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยถูกขายสุทธิ 356 ล้านเหรียญหรือ 1.2 หมื่นล้านบาท


หากย้อนไปดูเหตุการณ์ในอดีต ช่วงที่มีความกังวลว่าจะเกิดการยกเลิก QE ไปจนถึงยกเลิกมาแล้ว 1 ปี (ประมาณ 2 ปีกว่าๆ ตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค. 2556 ไปจนถึง ก.ย.2558) พบว่า Fund Flow ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยด้วยปริมาณสูงถึง 3.3 แสนล้านบาท กดดันตลาดหุ้นไทยปรับฐานราว 16% อีกทั้งค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง 21% (ขึ้นไปเกิน 36 บาท/ดอลลาร์)



หุ้นพลังงานดันตลาด

นายภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด สาเหตุที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรงมากจากกลุ่มพลังงานที่เป็นตัวผลักดันตลาด เนื่องจากวานนี้ราคาน้ำมันดิบ WTIปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 6% หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมาตลอด 7 วัน โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่ที่ปรับเพิ่มขึ้นก็ทำให้มีผลต่อดัชนี


สำหรับสาเหตุที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ในประเทศจีนไม่มีจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศ ประกอบกับการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนับเป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติใช้อย่างเต็มรูปแบบในสหรัฐฯ

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us