Zoom หุ้นตระกูลคลาวด์ มาแรงแซง Covid-19 ที่กำลังระบาดรอบใหม่ทั่วโลก
หนึ่งหุ้นมาแรงในปีนี้คือ Zoom หรือ Zoom Video Communications, Inc. หุ้นแพลตฟอร์ม Video Conference ระดับโลก ทำให้หุ้นได้รับการขนานนามจากนักลงทุนว่าเป็น “Six-Bagger Stock” หรือหุ้นที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 6 เท่าจากราคาหุ้น ซึ่ง Wealthy Thai ได้รวบรวมข้อมูลมาฝากนักลงทุนกันเช่นเคย
เริ่มจากข้อมูลพื้นฐานหุ้น ZOOM นั้น จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น NASDAQ ปัจจุบัน (4 ธ.ค.63) มีมาร์เก็ตแคป 117,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อตั้งโดย “อีริค หยวน” นักธุรกิจชาวจีน โดย “จุดเด่น” ที่ทำให้ Zoom เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยม จนทำให้กระแสการทำงานแบบ “Remote Working” หรือการทำงานที่ไหนก็ได้ กลับมาได้รับความนิยมทั่วโลกจากการไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ในช่วงวิกฤติโรคระบาด ก็เพราะว่าโปรแกรม Zoom ใช้ระบบคลาวด์ในการดึงข้อมูล จึงมีความเสถียรและรองรับจำนวนคนเข้าร่วมประชุมได้มาก ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการฟรี และมีค่าใช้จ่ายสำหรับกรณีประชุม 200 คนขึ้นไป แต่การเข้าประชุมอาจจะยุ่งยากสำหรับบางคน เนื่องจากต้องใช้รหัสจากโฮสต์หรือผู้เริ่มประชุม ถึงจะเข้าประชุมใน Zoom ได้
Zoom รายงานกำไรสุทธิโต 198.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ล่าสุด Zoom ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/64 (ส.ค.-ต.ค.63) ว่ามีรายได้ 777.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 367% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) มีกำไรสุทธิ 198.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 2.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพลิกขาดทุนจากปี 62 และมีผู้ใช้งานปัจจุบัน 433,700 องค์กร ซึ่งแต่ละบริษัทมีพนักงานไม่ต่ำกว่า 10 ราย ซึ่งในภาพรวมมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 485% YoY จากเดิม 74,000 องค์กร ในไตรมาส 3/62
ส่วนทิศทางการเติบโตในไตรมาส 4/64 ทางบริษัทประเมินว่าฐานผู้ใช้งานจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากยอด Subscription รายเดือน โดยประเมินว่าจะมีรายได้ 806-811 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทั้งปีคาดว่ามีรายได้ 2,575-2,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตามแม้ว่า Zoom จะได้เปรียบจากการมี Cloud Infrastructure แต่คู่แข่งของ Zoom เป็นผู้เล่นรายใหญ่แทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Microsoft ที่ต่างมีโปรแกรม Video Conference เช่นกัน แต่ปัจจุบัน Zoom จะใช้กลยุทธ์โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในธุรกิจเดียวกัน เช่น Slack
ทั้งนี้นอกจาก Zoom จะมีความได้เปรียบจากการเป็นแพลตฟอร์มยอดฮิต ปัจจัยเฉพาะตัวอีกข้อที่ทำให้ Zoom ยังเติบโตได้ก้าวกระโดดคือ เป็นหนึ่งใน “หุ้นคลาวด์” ที่มาแรงในตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ บริษัทสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ภายใน 2 ปี และมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทึ่มา
https://www.investors.com/news/technology/
