Official Update :

ดักซื้อ 11 หุ้นน่าสะสม ก่อนฟันด์โฟลว์ไหลกลับ

ช่วงที่ผ่านมาฟันด์โฟลว์เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทย ซึ่งโดยปกติแล้วมักส่งผลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในระยะถัดมา ขณะเดียวกัน ค่า P/E ของตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในระดับที่ไม่แพงมาก หากตัด DELTA ออกไป ดังนั้นนี่อาจเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีและมีปัจจัยสนับสนุน โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มมองว่าหุ้นไทยมีมูลค่าที่น่าลงทุนมากขึ้น


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า กระแสคาดการณ์ว่า FED จะปรับลดดอกเบี้ยเริ่มชะลอลง หลังจากท่าทีล่าสุดของ Jerome Powell ส่งสัญญาณว่าอาจยังไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือเป้าหมายที่ธนาคารกลางตั้งไว้


สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งโดยปกติแล้วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อ Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น มักเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่ม Value ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นกลุ่ม Growth


ขณะเดียวกันหากมองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า เมื่อมีแรงซื้อสุทธิจำนวนมากในตลาดตราสารหนี้ไทย มักจะเห็นเม็ดเงินบางส่วนไหลกลับเข้ามาหนุนตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวขึ้นในระยะถัดไปเช่นกัน


โดยในเดือนตุลาคมต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยไปแล้วกว่า 36,000 ล้านบาท และเริ่มเห็นสัญญาณเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย โดยวันที่ 30 ต.ค. 68 ต่างชาติซื้อสุทธิ 486 ล้านบาท


ในด้าน Valuation ตลาดหุ้นไทยยังถือว่าน่าสนใจ โดย Trailing P/E ของ SET Index ปัจจุบันอยู่ที่ราว 17 เท่า แต่มีแนวโน้ม “ลดลง” ในช่วง 3–4 เดือนข้างหน้า เนื่องจากฐานกำไรของบริษัทจดทะเบียนในงวดไตรมาส 3/67 และ 4/67 อยู่ในระดับต่ำมาก


หากกำไรของบริษัทจดทะเบียนในงวดไตรมาส 3/68 และ 4/68 กลับสู่ภาวะปกติที่ระดับประมาณ 2.5–2.6 แสนล้านบาทต่อไตรมาส จะช่วยให้ Trailing P/E ของตลาดมีโอกาสลดลงจาก 17 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/68 เหลือราว 14 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 4/68 และหากหักผลกระทบจาก DELTA ที่มีค่า P/E สูงกว่า 100 เท่าออกไป จะทำให้ตลาดโดยรวมเหลือค่า P/E เพียงประมาณ 12 เท่า เท่านั้น ซึ่งถือว่าอยู่ในโซน “น่าลงทุน” สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว


สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส แนะนำ 5 หุ้นน่าทยอยสะสมในช่วงที่ต่างชาติน่าจะเห็นหุ้นไทยถูกลงเรื่อยๆ ดังนี้

  • CPF เทรดที่ P/E เพียง 6 เท่า หลังหมดเทศกาลกินเจ ราคาเนื้อหมูจะเริ่มฟื้นตัว

  • WHA เทรดที่ P/E เพียง เท่า รับอานิสงส์บวกจากแนวโน้ม TARIFF ที่ปรับตัวดีขึ้น

  • OR มีแนวโน้มที่ P/E จะลดลงเร็ว จากฐานกำไรไตรมาส 3/67 ที่ขาดทุน และมีโอกาสกลับเข้า MSCI LARGE CAP. ได้เร็วสุดในการทบทวนรอบเช้า 6 พ.ย. 2568

  • OSP มีแนวโน้มที่ P/E จะลดลงเร็วเหลือ 13 เท่า จากฐานกำไรไตรมาส 3/67 ที่ขาดทุน และได้ประโยชน์จากโครงการคนละครึ่ง

  • BANPU ราคา Laggard ราคาอ้างอิงการทำ TENDER หุ้น BPP


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินมีโอกาสต่างชาติจะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยสอดคล้องกับทิศทางการซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ โดยกลยุทธ์ลงทุน จากภาพฟันด์โฟลว์ไหลเข้าในระยะถัดไป แนะนำเน้นไปที่กลุ่มที่มีปัจจัยบวก เช่น

  • กลุ่ม ICT คาดงบไตรมาส 3/68 ออกมาเด่น เน้น ADVANC, TRUE

  • กลุ่มธนาคาร ผลตอบแทนเร่งขึ้นระยะสั้น KBANK, KTB SCB

  • กลุ่ม Deep value เน้น BDMS

  • กลุ่มพลังงาน OR คาดงบไตรมาส 3/68 โดดเด่น