ในวันนี้ "หุ้นเคอรี่" น่าลงทุนแค่ไหน?

จากการเปิดเผยข้อมูลภาพรวมและแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัล ในปี 2563 สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ข้อมูลว่า กลุ่มธุรกิจที่มาแรง คือ E-commerce โดยมีมูลค่าประมาณ 748,000 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน1 โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 20-30 ในช่วงปี 2560-2562 ที่ผ่านมา ทำให้สภาพเศรษฐกิจภายในประเทศมีเงินหมุนเวียนสะพัด และธุรกิจรับส่งพัสดุภาคเอกชนอยู่ในช่วงขาขึ้น


Demand ความต้องการซื้อสินค้าและบริการธุรกิจ E-commerce ที่สูงขึ้น ทำให้เกิดกลไกการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่มีคนสั่งออเดอร์สินค้าจาก E-commerce อยู่เรื่อย ๆ ทำให้บริษัทให้บริการจัดส่งพัสดุภาคเอกชนเจ้าแรก ที่ขึ้นแท่นเป็นเบอร์หนึ่ง คือ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ‘KEX’ ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการจัดส่งพัสดุแบบด่วนครบวงจรและครอบคลุมในประเทศไทย ที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุด และการให้บริการเก็บเงินจากปลายทาง (COD) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 KEX มีมูลค่าเก็บเงินจากปลายทางเฉลี่ยมากกว่า 6,500 ล้านบาทต่อเดือน


นอกจากนั้น KEX ยังได้ขยายจุดกระจายพัสดุเพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ในห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน รวมไปถึงตึกอาคารพาณิชย์ให้เช่าซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ ผู้คนจึงมีโอกาสเข้าถึงการใช้บริการขนส่งพัสดุได้ง่าย จากจุดให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 15,000 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัดในประเทศไทย (ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 2563)




KEX ยังเป็นพันธมิตรทางการค้ากับลูกค้ารายใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคาร กลุ่มคูเรียร์หรือผู้ส่งสินค้าไปต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจ E-commerce กลุ่มขายสินค้าทางโทรทัศน์ โดยสิ่งที่ KEX มุ่งมั่นทำต่อและรักษากลุ่มลูกค้าไว้ก็คือ การจัดส่งที่รวดเร็วภายในวันเดียวกันหรือภายในวันถัดไปถึงมือผู้รับ ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของ KEX ที่ทำให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดตอนนี้ได้

นอกจากนั้น KEX ยังเป็นพันธมิตรกับ KBANK ร่วมกันจัดทำบัตรเดบิต MAD Card ของ KBANK ที่มีการลดค่าจัดส่งพัสดุ รวมถึงหากผู้ถือบัตรเป็นผู้ขายสินค้าก็จะได้ลดค่าโฆษณาออนไลน์ และยังสามารถใช้บริการเรียกเคอรี่ เอ็กซ์เพรส มารับพัสดุในที่อยู่ที่ได้กำหนดไว้ ผ่านแอปพลิเคชั่น “Kerry Express” ที่รวบรวมข้อมูลการบริการทั้งหมดสำหรับลูกค้า


ความสะดวกรวดเร็วและการจัดการที่เป็นระบบ KEX ยังมีการพัฒนาระบบสำหรับติดตามจัดการขึ้นไปอีกขั้น บนแพลตฟอร์ม EasyShip ที่ให้บริการอยู่ในเว็บไซต์ของ KEX เพียงคลิกอัพโหลดข้อมูลที่อยู่ของลูกค้าที่ต้องการจัดส่ง ข้อมูลจะถูกบันทึกเข้าไปยังระบบของ KEX โดยใช้วิธีการสแกน QR Code ที่อยู่ก็จะถูกดึงออกมาให้อย่างอัตโนมัติ โดยเฉพาะสอดรับกับลูกค้า ’ธุรกิจ C2C’ ที่ขายสินค้าอยู่ใน Social commerce เช่น Facebook, Instagram, Line สามารถติดตามสถานะการจัดส่งสินค้าได้อย่างสะดวก


ขณะที่การตรวจสอบสถานะการจัดส่ง (Real-Time Tracking) รวมถึงการรับส่งติดตามโดยพนักงานจะมีการใช้แอปพลิเคชันชื่อว่า mPOD เพื่อรายงานสถานะการจัดส่งพัสดุ หรือหากลูกค้าสะดวกจ่ายเงินในรูปแบบออนไลน์ ก็สามารถชำระผ่าน QR Payment, Rabbit LINE Pay และพร้อมเพย์ได้


การให้บริการของ KEX นอกจากจะมีระบบส่งพัสดุที่มีมาตรฐานแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) อย่างอีคอมเมิร์ซ และมีส่วนช่วยให้คนไทยมีรายได้เพิ่มและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนไทยอีกทางหนึ่ง


สำหรับรายได้จากการขายและการบริการ ‘ภาคธุรกิจ C2C’ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 2561 และ 2562 อยู่ที่ 3,627.85 ล้านบาท 7,630.62 ล้านบาท และ10,231.78 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2562 และ 2563 ทำรายได้จากการขายและการบริการ 7,772.42 ล้านบาท และ 7,914.65 ล้านบาท ตามลำดับ


ส่วน ‘ภาคธุรกิจ B2C’ มีรายได้จากการขายและการบริการ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 2561 และ 2562 อยู่ที่ 2,644.30 ล้านบาท 5,507.18 ล้านบาท และ 8,948.89 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2562 และ 2563 ทำรายได้อยู่ที่ 6,433.42 ล้านบาท และขยับขึ้นเป็น 6,503.78 ล้านบาท


ไปต่อกันที่ตัวเลข ’ภาคธุรกิจ B2B’ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 2561 และ 2562 ทำรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 354.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 427.54 ล้านบาท และ 426.22 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2562 และ 2563 มีรายได้เท่ากับ 314.24 ล้านบาท และ 256.67 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม ล่าสุด KEX กำลังเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) โดย บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) เป็นรายแรกและรายเดียวในธุรกิจให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนที่ยื่นไฟลิ่งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อนำเงินจากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ในการขยายธุรกิจ ชำระเงินกู้และเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ






คาดว่าภาพรวมธุรกิจให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนในไทยจะอยู่ในขาขึ้นต่อไป เนื่องจากตลาด E-commerce และ Social commerce มีการเติบโตสูง รวมไปถึงผู้คนนิยมและติดตามซื้อของทางออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้ บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เมื่อนึกถึงการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนแบบครบวงจร….


ข้อมูลอ้างอิง :

1 https://siamrath.co.th/n/125898

2 หนังสือชี้ชวนฉบับเต็มของ KEX จากเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=305545

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SpaceX ฉีกธรรมเนียม IPO เคาะราคาขาย 135 ดอลลาร์ล่วงหน้า จำนวน 555.5 ล้านหุ้น ก่อนโรดโชว์ ตลาดจับตาราคาไฟนอล 11 มิ.ย. นี้
เมื่อ 35 นาทีที่แล้ว
Follow Us