Official Update :

RPC หุ้นซิ่งตัวใหม่ ราคาสูงสุดในรอบ 7ปี !!

ไหนๆหุ้นเล็กคึกคักขนาดนี้ เราเลยขอซีรี่ย์เลยแล้วกัน พบกับ #หุ้นซิ่งReport วันนี้พบกับความเคลื่อนไหวในหุ้นที่สำคัญ อย่าง RPC หรือ บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) ที่วิ่งแสนจะร้อนแรง ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 1.47 บาท ทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่ 28 ต.ค. 2014 ที่ราคา 1.55 บาท ความน่าสนใจของ RPC คือ ปัจจุบันบริษัทมี PE เพียง 2.07 เท่า จากกำไรในครึ่งปีแรกที่สูงถึง 749.64 ล้านบาท


RPC หนึ่งในหุ้นที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยอย่างยาวนานโดยเข้าจดทะเบียนครั้งแรกในปี 2546  และเคยเป็นหนึ่งนุ้นขวัญใจนักลงทุน  โดยปัจจุบัน RPC แจ้งว่า  RPC ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมีธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจหลัก (เดิม) ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันขนาด 17,000 บาร์เรลต่อวัน บริหารคลังน้ำมัน 1 แห่ง เพื่อจัดจำหน่ายน้ำมันดีเซล เบนซิน 91 แก๊สโซฮอลล์ 91 แก๊สโซฮอลล์ 95 แก๊สโซฮอลล์ E85 เคมีภัณฑ์ และน้ำมันเตา รวมถึงค้าปลีกน้ำมันสำเร็จรูป


ความน่าสนใจของเขาในรอบนี้ คือ ราคาหุ้นที่ขึ้นมาร้อนแรงมาก โดยนับจากต้นปี พวกเขาให้ผลตอบแทนแล้ว 114.75 % หรือ 1เท่าตัว และเมื่อเจาะไปในผลการดำเนินงานพบว่า การเติบโตของกำไรในไตรมาสที่ 2 ที่สูงมาก นั้นทำให้ระดับ P/E ของบริษัทนั้นต่ำเป็นประวัติการณ์ โดยปัจจุบันมี P/E เพียงแค่ 2.07 เท่า เท่านั้น


ทั้งนี้บริษัทมีกำไรในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ที่ 753 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 754 ล้านบาท หรือคิด เป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 54,784 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี2563 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1 ล้านบาท โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้หลักจากการจำหน่ายน้ำมันแบบค้าปลีกผ่านสถานีบริการ น้ำมันของ บริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด (PTEC) ซึ่งเป็นบริษัทแกนของบริษัท โดยมีรายได้จากการขายทั้งสิ้น จำนวน 1,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 530 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 61 % เทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 จำนวน 864 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้เช่น เดียวกัน โดย ต้นทุนขายในไตรมาส 2 ปี 2564 จำนวน 1,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 520 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 67 เทียบกับ ต้นทุนขายในไตรมาส 2 ปี 2563  



พบพึ่งชนะคดีกับ
PTT  

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศว่าบริษัท เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบผลการตัดสินของศาลฎีกาโดยคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ พ.3016/2559 และคดีหมายเลขดำที่ พ.6000/2559 พิพากษายืนตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นให้PTT ชำระค่าเสียหายให้แก่ RPC จำนวนเงินประมาณ 2,200 ล้านบาท ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นผลให้บริษัทฯจะรับรู้รายได้ในงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ที่เท่ากับค่าเสียหายที่ PTT ต้องชำระให้กับบริษัทฯ ส่วนคดีหมายเลขดำที่ พ.3492/2560 และคดีหมายเลขดำที่ พ.3789/2560 ศาลฎีกากลับคำพิพากษาจากศาลชั้นต้นให้บริษัทฯ ชำระค่าวัตถุดิบคอนเดนเสทเรสซิดิว (CR) ให้แก่ PTT จำนวนเงินประมาณ 2,800 ล้านบาท ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งกรณีนี้บริษัทฯได้รับรู้เป็นรายจ่ายบางส่วนในงบการเงินปี2555 จำนวน 1,518 ล้านบาทแล้ว เงินส่วนต่างจำนวน 1,282 ล้านบาท จะถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ทั้งนี้ ผลคำตัดสินของศาลฎีกาทั้งสองคดีดังกล่าวถือว่า สิ้นสุดแล้ว อนึ่งผลคำตัดสินทั้ง สองคดีไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากบริษัทฯ มี ทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระดังกล่าว

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com

Most Viewed
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us