โพยหุ้นเด่น ราคาถูก เอาใจขาซิ่ง…พร้อมวิ่งแรง
ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นขนาดกลาง-เล็กปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงจนทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้นสูงกว่าพื้นฐาน อย่างไรก็ตามการลงทุนในหุ้นขนาดขนาดกลาง-เล็ก มีความผันผวนอย่างมาก ดังนั้นโพยหุ้นสัปดาห์นี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาค้นหาหุ้นกลุ่มดังกล่าว ที่น่าลงทุนผ่านการประเมินของนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
ทั้งนี้มีใจความสำคัญว่า แม้อดีตผ่านมาจะมีบางช่วงที่ mai สามารถ Outperform SET หรือ SET50 ได้นานเกือบ 2 ปี (ปี 2556-2557) แต่ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ GDP มีโอกาสติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ประกอบกับการปรับขึ้นของ mai ที่ 46% YTD ถือว่า Outperform SET ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 10% YTD มากเกินไป ขณะที่ ในเชิง Valuation เราพบว่า Spread PBV ระหว่าง mai-SET ที่ 0.9 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง
ดังนั้นความน่าสนใจสำหรับการลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็กในมุมมองของเราจึงเริ่มลดลง โดยมีปัจจัยเดียวที่เราประเมินว่ามีโอกาสหนุน mai ให้ Outperform SET ได้ต่อเนื่องถึงปลายปีคือ ปัจจัยด้านสภาพคล่อง ถ้ามูลค่าการซื้อขายของ SET+mai ไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นล้านบาทต่อวันที่เป็นค่าเฉลี่ยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ยังพอเป็นเงื่อนไขยกเว้นให้สามารถ Trading หุ้นขนาดกลาง-เล็กต่อไปได้
เลือกเฉพาะหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และงบดี
กลยุทธ์การลงทุนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เราให้ความสำคัญกับแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 64 ที่ต้องโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นอย่างน้อย หรือเป็นบริษัทที่โตไม่มาก แต่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น กำลังขยายธุรกิจ, ปันผลสูง, หรือ Valuation ไม่แพง ซึ่งได้แก่ TAPAC, SIMAT, NRF, PJW
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดกลาง-เล็กมีความผันผวนมากขึ้น โดยแปรผันตามปัจจัยและสภาพคล่องในประเทศเป็นหลัก เราจึงให้น้ำหนักการลงทุนเพียง Trading และแนะนำให้รักษาวินัยในการลงทุนอย่างเคร่งครัด
TAPAC แนวรับ 3.90-4.00 บาท แนวต้าน 5.00-5.50 บาท โดยผลประกอบการช่วงที่เหลือของปีโตเด่น จากการรับรู้กำไรของธุรกิจอสังหาฯในสวีเดนที่กลับมาเร่งตัว และยอดผลิตชิ้นส่วนพลาสติก+บรรจุภัณฑ์ที่ความต้องการทรงตัวในระดับสูง คาดกำไรสุทธิปี 2564 ที่ 120 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน -47 ล้านบาทในปี 2563
SIMAT แนวรับ 4.90-5.00 บาท แนวต้าน 6.50-7.00 บาท โดยเรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการในครึ่งหลังปี 64 เบื้องต้น คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ที่ระดับ 50 ล้านบาท โต 1,150% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มสัดส่วนรายได้งาน Silk screen และ Label ส่วนกำไรทั้งปี 2564 คาดที่ 149 ล้านบาท โต 199%จากปีก่อน
NRF แนวรับ 8.50-8.70 บาท แนวต้าน 10.50-11.00 บาท แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 มีโอกาสสร้างสถิติใหม่ จากคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อน และได้แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลที่เป็น High Season รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจกัญชงที่จะเข้ามาเปิด Upside คาดว่าจะชัดเจนในไตรมาส 4/64
PJW แนวรับ 4.20-4.30 บาท แนวต้าน 5.50-6.00 บาท คาดกำไรโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่เหลือของปี เพราะโรงงานพ่นสีและโรงงานบรรจุภัณฑ์ในจีนที่เคยขาดทุน สามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้แล้ว ส่วนธุรรกิจอุปกรณ์การแพทย์จะเริ่มรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 โดยคาดกำไรทั้งปีนี้ที่ 190 ล้านบาท เติบโต 65%จากปีก่อน

