หุ้นไทยร้อนแรงเกินต้านทานบวก 22 จุด กำลังอยู่ในภาวะ Overbought
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (30 ส.ค. 2564) ปรับขึ้นแรง โดยปิดตลาดที่ระดับ 1,633.77 จุด ปรับขึ้นมา 22.57 จุด ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่ามีแนวโน้มที่ตลาดหุ้นจะปรับขึ้นต่อจากปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุน แต่การที่ดัชนีปรับขึ้นเร็วแบบนี้ นักลงทุนยังเข้าไปซื้อได้หรือไม่ และควรซื้อหุ้นแบบไหน Wealthy Thai มีคำแนะนำมาฝาก
โดยคุณอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นแรงมาจาก 2 ประเด็นหลัก คือ สถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น จนนำไปสู่การคลายล็อกดาวน์ที่จะเริ่มในวันที่ 1 ก.ย. นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะมีการคลายล็อกดาวน์ต่อเนื่องเป็นลำดับในช่วงที่เหลือต่อไป และปัจจัยต่างประเทศที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณที่จะเริ่มปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) แต่ไม่ส่งสัญญาณที่จะเร่งรีบขึ้นดอกเบี้ย นอกจากนี้การปรับลดวงเงิน QE ดังกล่าวนักลงทุนมีการคาดการณ์ไว้อยู่แล้วระดับหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาเฟดมีการสื่อสารกับนักลงทุนและตลาดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะแตกต่างกับปี 2556 ที่เฟดไม่ได้สื่อสารออกมาก่อน ซึ่งทำให้ตลาดไม่ได้คาดการณ์ไว้ก่อน แต่ครั้งนี้ตลาดมีการคาดการณ์ไว้และได้สะท้อนออกไปในราคาหุ้นบางส่วนแล้ว
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ให้แนวรับระยะสั้นที่ 1620 จุด และ 1600 จุด ส่วนแนวต้านประเมินที่โซน 1630-1640 จุด โดยทางเทคนิคดัชนีอยู่ในเชิง Overbought ต้องระวังเรื่องของความผันผวน แนะนำตั้งรับหุ้นช่วงที่ตลาดมีแรงขายทำกำไรระหว่างวัน ในหุ้นที่ราคายังไม่ปรับขึ้นมากหรือปรับขึ้นค่อนข้างน้อย เช่น หุ้นกลุ่ม SET100 ที่ราคา Laggard ได้แก่ SPRC กับ RS และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเมือง ได้แก่ CPALL CPN CRC
ด้านคุณกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดปรับขึ้นค่อนข้างแรงหลังจากเฟดประสบความสำเร็จในการทำให้นักลงทุนไม่กังวลจนเกินไปสำหรับการปรับลดวงเงิน QE และให้ไปมองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแทน ซึ่งลักษณะนี้มองว่ามีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะเดินหน้าต่อ เพียงแต่เป้าหมายทางปัจจัยพื้นฐาน หากดูจากบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ จะอยู่ในโซนแถว 1,650-1,700 จุด ขณะที่เป้าหมายเชิงเทคนิคจะพบว่าอยู่ที่ประมาณ 1,650-1,680 จุด เพราะฉะนั้นการปรับตัวขึ้นต่อเป็นไปได้ แต่กรอบการขึ้นของ SET Index อาจไม่ได้เยอะมากแล้ว ดังนั้นความสำคัญจะไปอยู่กับการเลือกตัวหุ้นมากกว่า
อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดปรับขึ้นมาค่อนข้างเร็วมีโอกาสที่จะเห็นการย่อตัว แต่จะเป็นการย่อในหุ้นรายตัวในขณะที่ดัชนีอาจไม่ได้ปรับลงมากนัก เพราะฉะนั้นลักษณะนี้นักลงทุนต้องเล็งว่าหุ้นที่อยากซื้ออยู่ในกลุ่มไหน แล้วใช้จังหวะที่ราคาหุ้นนั้นๆ ปรับลงเพื่อเข้าซื้อ โดยแนะนำหุ้นที่เกี่ยวกับการเปิดเมือง ซึ่งไม่ได้พึ่งพิงต่างชาติเพราะมองว่าการเปิดประเทศเต็มรูปแบบน่าจะใช้ระยะเวลานาน แต่การผ่อนคลายนโยบายควบคุมโรคจะทำให้กิจกรรมหลายอย่างกลับมาเป็นปกติมากขึ้น ทั้งการเปิดร้านอาหารในห้าง และการเปิดร้านค้าต่างๆ ซึ่งจะทำให้เห็นรายได้ค่าเช่ากลับมาสู่ห้างสรรพสินค้าและเมื่อคนเดินห้างมากขึ้นก็จะทำให้การค้าขายปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย โดยนักลงทุน สามารถเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มเปิดเมืองได้ทั้งหมด แต่หุ้นที่ฝ่ายวิเคราะห์ชอบ คือ CPN CRC ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ได้แก่ MINT SHR จากแนวโน้มการท่องเที่ยวในยุโรปที่ฟื้นตัวดีหลังสถานการณ์ Covid-19 ดีขึ้น
นอกจากนั้นในระยะสั้นๆ หุ้นในกลุ่มพลังงานจะเคลื่อนไหวได้ดีและเข้ามาหนุนตลาดจาก 2 ปัจจัย คือ ราคานํ้ามันในตลาดโลกพุ่งขึ้นด้วยอิทธิพลของพายุเฮอริเคน “ไอดา” ที่พัดเข้าสูชายฝั่งรัฐหลุยเซียนา ทำให้มีการปิดหน่อยผลิตน้ำมันที่อยู่ในอ่าวเม็กซิโกเป็นจำนวนมาก ซึ่งระยะสั้นจะเป็นบวกกับราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่น และโอเปกจะมีการประชุมในพุทธนี้เพื่อทบทวนเรื่องการปรับกำลังการผลิตน้ำมัน ซึ่งทั้งสองปัจจัยจะส่งผลบวกระยะสั้นต่อราคาน้ำมัน
