Official Update :

น้ำท่วมหาดใหญ่ กระทบเศรษฐกิจใต้วงกว้าง บจ. เสี่ยงการผลิตสะดุด–โลจิสติกส์ล่าช้า จับตาแรงกดดันอาจเร่งเงื่อนไขลดดอกเบี้ย

สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน แต่ยังสั่นสะเทือนภาคเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ซึ่งหาดใหญ่ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจอันดับ 1 ของภูมิภาค และติดอันดับ 14 ของประเทศ ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีโอกาสส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจและบริษัทจดทะเบียนจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า และห่วงโซ่อุปทานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ได้ประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อหุ้นในหลายกลุ่ม ดังนี้
  • 2S – โรงงานเหล็กในอำเภอบางกล่ำ →เสี่ยงหยุดผลิตถ้าน้ำท่วม

  • CHOTI – โรงงานอาหารทะเลแปรรูป → กระทบ SUPPLY CHAIN

  • KK – ค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค → กระทบยอดขายรวม

  • SPACK – กล่องกระดาษ/กล่องบรรจุภัณฑ์ → เสี่ยง LOGISTIC DISRUPTION

  • STA, STGT – ยางธรรมชาติ/ถุงมือยาง → โรงงานใหญ่หลายแห่งอยู่ในอำเภอหาดใหญ่

  • TC – ผลิตปลาทูน่ากระป๋อง/อาหารสัตว์ → กระทบวัตถุดิบและส่งออก


รวมถึงหุ้นค้าปลีก–สินเชื่อที่อาจถูกกดดันโดยอ้อม เช่น CPN, SAWAD, MTC เพราะกำลังซื้อหดตัวและพื้นที่อาจมีความเสียหายทางเศรษฐกิจ


ซึ่งหากพิจารณาในภาพรวมทั้งประเทศ อาจกระทบต่อสินค้าบางภาคส่วนที่เพิ่งการผลิตที่นั้น (PRODUCTION) → โรงงานต้องหยุด / เครื่องจักรเสียหาย และ LOGISTICS → รถขนส่งเข้าออกไม่ได้


ดังนั้นนักลงทุนจึง คาดหวังว่า กนง.อาจจะลดดอกเบี้ยในการประชุมธ.ค. 68 หรือช่วงต้นปี 2568 สัก 25 BPS. สะท้อนผ่าน BOND YIELD 10 ปี ที่แม้จะสูงกว่า POLICY RATE อยู่ แต่อยู่ในภาวะนิ่งมากขึ้น (ไม่ปรับตัวขึ้นแล้ว) แสดงถึงความกังวล เศรษฐกิจชะลอตัวในอนาคต (ต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย)