คาด SET แกว่ง 1,625 - 1,645 จุด แนะซื้อ 2 หุ้นรับผลบวกคลายล็อกดาวน์
บล.กรุงศรี มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาด SET แกว่งตัว 1,625 - 1,645 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่โดยแม้ว่าดัชนีจะได้แรงหนุน Fed ส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในประเทศที่ทรงตัว อย่างไรก็ตามกระแส Fund flow ต่างชาติที่เริ่มชะลอตัวรวมถึง ภาวะ Overbought ทางเทคนิคจะทำให้มีแรงขายลดความเสี่ยงและกดดันให้ดัชนีอ่อนตัวลง
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
-
กลุ่มเปิดเมือง AOT KBANK BBL CPN CRC HMPRO AAV BA MINT AMATA WHA
-
กลุ่มกำไร 3Q21 เติบโต BANPU CKP GPSC GULF BCPG BCH CHG BDMS
หุ้นแนะนำวันนี้
-
CPN (ซื้อ/เป้า IAA Consensus 58.50 บาท)ได้อานิสงส์รัฐบาลผ่อนคลายให้เปิดห้าง วานนี้เป็นวันแรกบรรยากาศโดยรวมค่อนข้างดีหากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังลดลงคาดจะกระตุ้นให้ประชาชนเข้าใช้บริการมากขึ้นเป็นบวกต่อยอดขายสินค้าและค่าเช่าพื้นที่
-
BANPU(ซื้อ/เป้า 13 บาท)ได้ Sentiment บวกล่าสุดราคาถ่านหินกลับมาสูงขึ้นทำ All time high ในรอบ 12 ปี ที่ระดับ 174.6$/ton คาดหนุนกำไรสุทธิของ BANPU ใน 3Q21 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง qoq และพลิกจากปีที่ผ่านมาที่ขาดทุนสุทธิ 516 ล้านบาท
ประเด็นสำคัญวันนี้
-
(-) ดัชนีPMI ภาคการผลิตของ จีน ยุโรป และ สหรัฐ เริ่มชะลอตัวในเดือน ส.ค.: วานนี้จีน รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ส.ค. (Caixin) ลดลงสู่ระดับ 49.2 จาก 50.3 ในเดือน ก.ค. ต่ำสุดในรอบ 1 ปี 4 เดือน ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐอ่อนตัวสู่ระดับ 61.4 และ 61.1 จาก 62.8 และ 63.4 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามตลาดไม่ได้กังวลเนื่องจากมองเป็นผลกระทบชั่วคราว
-
(+/-) น้ำมันดิบทรงตัวแม้OPEC+ จะเพิ่มกำลังการผลิต 4 แสนบาร์เรลต่อวัน: ที่ประชุมกลุ่ม OPEC+ มีมติเพิ่มปริมาณการผลิตที่ระดับ 4 แสนบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นไปตามมติเดิมที่กลุ่มเคยมีมติร่วมกันตั้งแต่เดือน ก.ค. อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบปิดทรงตัวเพราะเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้อยู่แล้วประกอบกับได้แรงหนุนจากรายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบที่ลดลง 7.2 ล้านบาร์เรลมากกว่าที่ Consensus คาดว่าจะลดลง 4.4 ล้านบาร์เรล
-
(+/-) พรุ่งนี้ติดตามสหรัฐรายงานตัวเลขNonfarm payrolls เพื่อวัดความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน: เบื้องต้น Consensus คาดการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเดือน ส.ค. (Nonfarm payrolls) จะเพิ่มขึ้น 7.5 แสนตำแหน่ง ลดลงจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 9.4 แสนตำแหน่งส่วนอัตราการว่างงานคาดว่าจะลดลงเป็น 5.2% จาก 5.4% ทั้ง 2 ปัจจัยจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐแข็งแกร่งเพียงพอที่เฟดจะเริ่มลดการกระตุ้นทางการเงินได้หรือไม่
