Official Update :

กนง. “หั่นดอกเบี้ย” ตามคาด จับตาปี 69 ลุ้นลดอีก 1–2 ครั้ง โบรกชี้ทุก 25 bps ดัน SET ได้ 55–60 จุด หุ้นหนี้สูง–อสังหาฯ–การเงิน–ค้าปลีก ได้อานิสงส์

ผลประชุมกนง. วันนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ โดยมีมติเอกฉันท์ให้ปรับอัตราดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% ต่อปี ซึ่งนักวิเคราะห์คาดมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1-2 ครั้งในปี 2569 ช่วยหนุน SET ได้ราว 55-60 จุด เป็นบวกต่อหุ้นที่มีหนี้สูง-อสังหาฯ-การเงิน-ค้าปลีก


โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ผลประชุม กนง. มีมติเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาที่ 1.25% ตามคาด พร้อมคงคาดการณ์ GDP Growth ปี 2568 โต 2.2% y-y แต่ปรับลดปี 2569 เหลือโต 1.5% y-y (จากเดิม 1.6%) โดยใส่ผลกระทบประเด็นงบประมาณปี 2570 ล่าช้าเข้าในสมมติฐานแล้ว และคาดปี 2570 จะเร่งขึ้นโต 2.3% (เป็นระดับต่ำกว่าระดับศักยภาพ 2.7%)


ขณะเดียวกัน ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2568 เป็น -0.1% y-y (จากเดิม 0.0%) และปี 2569 ปรับลงเหลือ 0.3% (จาก 0.5%) มองเงินเฟ้อต่ำจากราคาพลังงานและอาหารสด และตามความเสี่ยงภาวะเงินฝืด และประเมินเงินเฟ้อทั่วไปจากปัจจุบันติดลบคาดจะกลับมาเป็นบวกในช่วงไตรมาส 2/69 และกลับเข้าสู่เป้าหมายในปี 2570


ในส่วนของทิศทางนโยบายการเงิน ธปท. ประเมิน “นโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้” มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง แต่มอง Policy Space จำกัดเพราะดอกเบี้ยไทยอยู่ในระดับต่ำเป็นอันดับต้นของโลก


ฝ่ายวิเคราะห์คาดมีโอกาสที่ปี 2569 จะลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1-2 ครั้ง โดย Krungsri Research คาดว่า กนง. จะลดดอกเบี้ยอีก 25-50 bp ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 สู่ 1%-0.75% โดยทุกๆ การปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ตามกลไก Equity Risk Premium (ERP) คาดหนุน SET ราว 55-60 จุด


ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นบวกต่อหุ้นในธีมดอกเบี้ยลงในกลุ่มไฟฟ้า, การเงิน, อสังหาฯ, ค้าปลีก, ปันผลสูง เช่น GULF, MTC, CPALL


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนจากการที่กนง. มีมติลดอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือน ธ.ค. 68 และฝ่ายวิเคราะห์มองว่าจะมีการผ่อนคลายเพิ่มเติมอีก 1 ครั้งในไตรมาส 1/69 ส่งผลให้มองว่าต้นทุนทางการเงินของผู้บริโภคและภาคธุรกิจมีแนวโน้มลดลงในระยะถัดไป โดยมองกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ดังนี้

กลุ่มการเงิน เช่น MTC, KTC

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น AP, SPALI, SIRI

กลุ่มที่มีหนี้สูง เช่น BGRIM, GULF, TRUE

กลุ่มส่งออกสินค้า/บริการ เช่น CENTEL, DELTA, HANA, KTC, MINT

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA, WHA

กลุ่ม REITs อุตสาหกรรม เช่น PROSPECT, WHAIR