Official Update :

FETCO ลุ้นหุ้นไทยไป 1,800 จุด มองหุ้นเล็กซิ่งเพราะเงินรายย่อยเข้ามามากขึ้น

FETCO เชื่อว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้มีโอกาสที่จะไปต่อได้มากกว่า 1,650 จุด หลังจากที่คาดว่ากระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ หลังไทยเริ่มบริหารจัดการวัคซีนได้ดีขึ้น ช่วยให้กระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มฟื้นคงเป้าหมาย SET ปี 65 แตะระดับ 1,800 จุด หากรัฐเปิดประเทศกระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมประเมินหุ้นกลาง เล็ก ซิ่งแรงเพราะสภาพคล่องเยอะจากนักลงทุนรายบุคคลเข้ามามากขึ้น


นาย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปี 64 มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้มากกว่าในระดับปัจจุบันนี้ที่ระดับ 1,650 จุด หากประเทศไทยสามารถดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศได้เฉลี่ยระดับปัจจุบัน หรือมากกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ตัวเลขยอดติดเชื้อใหม่รายวันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 13,000 คนเหมือนในทุกวันนี้ หรืออาจจะสามารถทำให้ตัวเลขยอดติดเชื้อต่ำกว่าในระดับนี้ได้


รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศที่จะเป็นผลต่อเนื่องมาจากการคลายล็อกดาวน์ของภาครัฐที่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้ฟื้นตัวขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้กระแสเม็ดเงินทุนต่างชาติมีโอกาสจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ถึงแม้ว่าขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวอาจจะไม่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะเห็นตัวอย่างได้จากตัวเลขของนักท่องเที่ยวในภูเก็ตที่ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้


ขณะเดียวกันประเมินว่าเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 65 มีโอกาสจะปรับเพิ่มขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,800 จุด ภายใต้สมมติฐานว่าภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะฟื้นตัวขึ้นจากนโยบายการเปิดประเทศ และการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ รวมถึงการจัดหาวัคซีนและฉีดวัคซีนให้ได้เป็นไปตามแผน รวมถึงหากการที่สำนักวิจัยต่างๆปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์จีดีพีของไทยในช่วงสิ้นปี 64 ซึ่งจะช่วยเป็นปัจจัยเชิงบวกให้กับตลาดในปี 65


นอกจากนี้ คาดว่าในช่วงไตรมาส 4/64 มีโอกาสที่กระแสเม็ดเงินต่างชาติมีโอกาสจะไหลตลาดเข้าตลาดหุ้นไทยเป็นสถานะบวก หลังจากที่ขณะนี้ประเทศไทยมีการบริหารจัดการวัคซีนไปในทิศทางที่ดีขึ้นทั้งในแง่ของการจัดคิวฉีดและการจัดหา ทั้งนี้แนะนำให้รัฐบาลเร่งใช้เงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อนำมากระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อในประเทศ และให้เกิดการจ้างงานที่มากขึ้นจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้ฟื้นตัว


ส่วนประเด็นที่กลุ่มหุ้นขนาดกลางและเล็กในช่วงนี้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรง เพราะด้วยปัจจัยที่ภาวะอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และสภาพคล่องกระแสเงินในระบบมีสูง ประกอบกับมีปริมาณนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดหุ้นมากขึ้น จึงทำให้เกิดกระแสการเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กมากขึ้น


สำหรับการแก้ไขปัญหาของหุ้นที่มีสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย ( Free float) ในระดับต่ำที่มีผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยนั้น เชื่อว่าขณะนี้ทางตลาดหลักทรัพย์กำลังอยู่ระหว่างการปรับแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าว ในขณะเดียวกันสำหรับข้อเสนอแนะนั้นแนะนำว่าอาจจะมีการจัดตั้งดัชนีที่เกี่ยวข้องกับ Free float ขึ้นมาใหม่เพื่อเป็น Benchmark ให้กับนักลงทุนตัดสินใจในการเข้าลงทุน


ด้านดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเกณฑ์ “ซบเซา” มาอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรง ที่ระดับ 144.37 โดยดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มรายบุคคล และสถาบันในประเทศปรับขึ้นมาอยู่ในระดับ “ร้อนแรง” ในขณะที่กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”


โดยปัจจัยบวกที่ส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น คือการบริหารวัคซีนทั้งในด้านการของการฉีดวัคซีนและการหาวัคซีนเพื่อรองรับความต้องการของประชาชน ประกอบกับการที่เศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นได้จากการคลายล็อกดาวน์ รวมถึงเงินทุนต่างชาติที่ทยอยไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่