ส่องมุมมองกูรูต่อ “กลุ่มพลังงาน” หลังสหรัฐคุมเวเนฯ - OPEC+ คงกำลังผลิต
ท่ามกลางกระแสความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นพร้อมกันหลายจุด ตลาดพลังงานกำลังถูกดึงเข้าสู่สมดุลใหม่ระหว่างความเสี่ยงเชิงการเมืองกับปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทาน ตั้งแต่บทบาทของมหาอำนาจในเวเนซูเอล่า แรงกดดันในตะวันออกกลาง ไปจนถึงท่าทีของ OPEC+ ที่ยังคงบริหารกำลังการผลิตอย่างระมัดระวัง ภาพดังกล่าวทำให้กลุ่มพลังงานกลับมาอยู่ในโฟกัสของตลาดอีกครั้ง ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยังดูผันผวน
โดยเมื่อวันที่ 3 ม.ค.69 สหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวประธานาธิบดีเวเนซูเอล่าและประกาศดูแลประเทศเป็นการชั่วคราว ขณะที่วันที่ 2 ม.ค.69 กลุ่ม STC ในเยเมนประกาศจัดตั้งรัฐ South Arabia ก่อนที่กองกำลังซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซาอุดิอาระเบียจะเข้าชิงพื้นที่คืน ในด้านตลาดพลังงาน เมื่อวันที่ 4 ม.ค.69 กลุ่ม OPEC+ มีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันในช่วง ก.พ.-มี.ค. 2569 พร้อมย้ำความยืดหยุ่นในการบริหาร voluntary production cuts ที่ระดับ 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวันตามภาวะตลาด
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ มีมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ ความผันผวนระยะสั้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอาจถูกชดเชยด้วยอุปทานระยะยาวที่สูงขึ้น โดยคาดว่าแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะสั้นที่อาจผันผวนสูงจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk) ที่สูงขึ้น จะถูกชดเชยด้วยความกังวลต่ออุปทานระยะยาวที่สูงขึ้นจากเวเนซูเอล่า (ปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 963 พันบาร์เรลต่อวัน (kbd) ในเดือน ธ.ค. 2568) จากการที่ US อาจจะกลับมายกเลิกการคว่ำบาตร (sanction) อุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซูเอล่า
ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปิดลงเล็กน้อย 0.2% เป็น USD 60.8/bbl เทียบกับค่าเฉลี่ย USD 68.2/bbl ในปี 2568 ทั้งนี้ ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปี 2569 ที่ USD 67.0/bbl
โดย บล.ดาโอ ยังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงาน และคาดหุ้นโรงกลั่นจะได้ประโยชน์จาก crack spread ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4/68 โดยคาดว่าผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นโดยรวมน่าจะเห็นกำไรปกติ (ไม่รวมผลกระทบจากผลกำไร/ขาดทุนจากสต๊อกที่เป็นไปได้) ในไตรมาส 4/68 ตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) ที่แข็งแกร่ง โดยหุ้นโรงกลั่นที่ บล.ดาโอ ดูแลอยู่ในปัจจุบัน คือ
-
TOP แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 40.00 บาท
-
SPRC แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 6.00 บาท
-
BCP แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 34.00 บาท

