อ่านก่อนซื้อ! TEAMG หลังกลุ่ม SCC ถือหุ้นใหญ่ ดันราคาดีดแรง ยังเข้าสะสมได้หรือไม่?
บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG ได้แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า บริษัทได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้แก่ นายประเสริฐ ภัทรมัย, นายพีรวัธน์ เปรมชื่น, นายธนสาร ก้วยเจริญพานิชก์, นายกิตติพล บุลนิม และนายอิศรินทร์ ภัทรมัย ว่า บริษัท เน็กซเตอร์ เวนเจอร์ส จำกัด (Nexter Ventures) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCCได้เข้าซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นดังกล่าว จำนวนรวม 67,328,800 หุ้น คิดเป็น 9.90% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ในราคา 2.54 บาท/หุ้น
โดยได้ทำการซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ (Big lot) ผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 ทั้งนี้การเข้ามาถือหุ้นของ Nexter Ventures จะส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจของ แต่ละฝ่าย ในด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การใช้เทคโนโลยีการก่อสร้าง ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
จากการเข้าถือหุ้นของ Nexter Ventures ดังกล่าว ทำให้โครงสร้ างการถือหุ้นของบริษัท Nexter Ventures ขึ้นแท่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ทันที ในสัดส่วน 9.90%
เปิดมุมมองนักวิเคราะห์ชั้นนำ
มุมมองของนักวิเคราะห์ บริษัท หลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า TEAMG ได้ผู้ถือหุ้นที่เป็น Strategic Partner อย่าง SCC เข้ามาถือหุ้น 9.9% ถือว่าเป็นข่าวบวกจากโอกาสที่จะดำเนินงานร่วมกันในอนาคตโดยเฉพาะงานโซลูชั่นด้านการก่อสร้างที่จะเป็นลักษณะของงานที่ใช้โปรแกรม BIM การร่วมมือพัฒนาโครงการที่ใช้นวัติกรรมที่เป็นประโยชน์กับสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนจากเดิมที่ SCC ขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ไปเป็นการขาย Solution เพิ่มขึ้น
รวมถึงการดำเนินงานที่สามารถลดของเสีย ซึ่งน่าจะหนุนรายได้และเสถียรภาพกำไรได้ในอนาคต แต่ในตอนนี้ยังไม่ได้มีเป้าหมายรายได้ โดยทาง SCC กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 แต่กลุ่มผู้บริหารเดิมยังเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนในการบริหารสูงเช่นเดิม ทาง SCC จะเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทด้วย 1 ท่านถือว่าเป็นปัจจัยบวก
นอกจากนี้ราคาที่ซื้อยังสูงกว่าราคาปิดเมื่อวานนี้ 3.2% ทำให้ระยะสั้นราคามีโอกาสตอบสนองเชิงบวกได้ เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าพื้นฐาน โดยใช้ราคาพื้นฐานเลื่อนไปเป็นปี 65 เพื่อสะท้อนสถานการณ์โควิดที่คลี่คลายกลับไปเป็นปกติ ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 3.01 บาท (เดิมราคาพื้นฐานปี 64 อยู่ที่ 2.68 บาท) ด้วย P/E ปี 65 ที่ 15 เท่า
แม้ว่าในระยะสั้นจะได้รับผลกระทบของสถานการณ์โควิด19 ส่งผลให้รายได้และกำไรในปีนี้ไม่เติบโตนัก แต่ยังเป็นโอกาสในปีหน้า โดยประมาณการกำไรสุทธิปี 64 เพิ่มขึ้น 1.2 % และปี 65 เพิ่มขึ้น 12% ซึ่งยังไม่รวมประโยชน์จากการเข้ามาถือหุ้นของ SCC และในระยะกลางยังประเมินเชิงบวก บริษัทมีแนวโน้มทยอยลงทุนในธุรกิจสาธารณูปโภคในระยะ 5 ปี มีโอกาสหนุนเสถียรภาพของกำไรในอนาคต รวมถึงการกระจายการลงทุนของบริษัทไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
เช่นเดียวกันกับนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการที่ Nexter Ventures เข้ามาถือหุ้น TEAMG 1.ในมุมของ Nexter Ventures - คาดว่าจะเกิด Synergy ต่อกันได้อย่างรวดเร็ว เพราะ วัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจของ Nexter Ventures คือลงทุนในธุรกิจ Start up ทั่วโลกที่ เน้นด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง โลจิสติกส์ รวมถึงด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต ซึ่งแม้ TEAMG จะไม่ใช่ Start up
แต่การได้ Know how และ Big data ของ TEAMG ที่มีความเชี่ยวชาญงานที่ปรึกษาวิศวกรรมการก่อสร้างและการดูแลสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร จะทำให้ Nexter Ventures สามารถนำเสนอเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ตรงกับความต้องการของตลาด และสภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศที่ไปลงทุนได้ดียิ่งขึ้น
2.ในมุมของ TEAMG – สามารถดึงความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในกลุ่ม Start up ของ Nexter Ventures มาช่วยในการออกแบบ ควบคุม และตรวจรับงานก่อสร้างได้มี ประสิทธิภาพ และตรงความต้องการของตลาดทั่วโลกมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการรับงานที่ปรึกษาการก่อสร้างแบบครบวงจรให้กับกลุ่ม SCG ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และลดการพึ่งพิงงานจากภาครัฐที่มีรอบการประมูลไม่แน่นอน ซึ่งจะทำให้การ รับรู้รายได้และกำไรสุทธิของ TEAMG หลังจากนี้มีความแน่นอนมากขึ้น
3.มุมมองระยะยาวหนุน ESG – ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง และผู้เชี่ยวชาญด้าน วิศวกรรมการก่อสร้างและสิ่งแวดล้อมมาเจอกัน และทั้ง 2 บริษัทก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ให้ความสำคัญกับการเติบโตแบบยั่งยืนตามหลัก ESG ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่ม Market Cap. ให้กับทั้งคู่ตามค่าความเสี่ยงระยะยาวที่ลดลงแล้ว ยังมีโอกาสเพิ่มบริการใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การให้บริการเป็นที่ปรึกษาด้าน ESG เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะการดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย และเป็นไปตามแรงกดดันของกระแสเงินทุนที่ให้น้ำหนักกับบริษัทที่มี ESG มากกว่าบริษัทที่ไม่มี ESG
4.ในเชิงโครงสร้างการถือหุ้น – Nexter Venture จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 9.9% แม้จะไม่มีอำนาจในการควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ แต่เราคาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นของ Nexter Ventures จะไม่หยุดเท่านี้ เพราะ TEAMG มีศักยภาพที่จะออกไปเติบโตในต่างประเทศร่วมกับกลุ่ม SCG ได้ และด้วยฐานะทางการเงินของ TEAMG ที่แข็งแกร่งมาก เป็น Net cash ที่มีเงินสดในมือสูงถึง 0.49 บาท/หุ้น จึงเป็นไปได้ที่จะเห็นการ Leverage Balance Sheet ผ่านการร่วมลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อยกระดับ ROE ในอนาคต
Backlog ของ TEAMG ณ สิ้นไตรมาส 2/64อยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท และเพิ่งลงนามในสัญญาจ้างที่ปรึกษา ควบคุมงานก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำของการประปานครหลวง เพื่อเชื่อมโยงระบบส่งน้ำฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกมูลค่ารวม 178 ล้านบาท และมีงานโครงการของภาครัฐที่รอการยื่นประมูล ได้แก่ งานที่ปรึกษาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ โครงการรถไฟฟ้า สายสีส้มตะวันตก โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย และงานรถไฟรางคู่สายใหม่ เป็นต้น
ราคาหุ้น TEAMG ซื้อขายบน PER2564-2565 เพียง 12-13 เท่า ยังไม่ถึงครึ่งของค่าเฉลี่ยกลุ่มรับเหมาฯ ที่ 25 เท่า แถมมีปันผลจูงใจในระดับ 6.0-7.0% ต่อปี จึงยังคงราคาเหมาะสมปี 2564 ที่ 2.70 บาทไว้ก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนใน Synergy ที่จะเกิดขึ้นร่วมกัน แนะนำ“ซื้อ”
