ส่องแนวโน้มกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลาที่ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์กลับมามีบทบาทต่อสมดุลพลังงานโลกอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานกำลังถูกตลาดนำมาใช้เป็นกรอบในการประเมินภาพถัดไป และนั่นทำให้การติดตามแนวโน้มของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีกลายเป็นจุดโฟกัสที่นักลงทุนไม่อาจมองข้ามได้ในช่วงเวลานี้
บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ภาพแนวโน้มผันผวนในระยะถัดไป โดยมีมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มต้นน้ำจากราคาน้ำมันที่ทรงตัว ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นได้ประโยชน์จากสภาพอากาศหนาวเย็น ส่วนผู้ค้าปลีกน้ำมันถูกกดดันจากค่าการตลาดฯ ที่อ่อนตัว
ทั้งนี้ ส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์ที่อ่อนตัวลงส่งผลกระทบต่อ SCC, PTTGC และ IRPC ขณะที่อัตรากำไร PET/PTA รวมที่สูงขึ้นช่วยหนุน IVL
อย่างไรก็ดี คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ GRM จะปรับตัวลงหลังผ่านช่วง peak demand และส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์จะดีขึ้นก่อนช่วงตรุษจีน
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาน้ำมันดิบดูไบอ่อนตัวลงในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากที่สหรัฐฯ บุกจับประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และส่งสัญญาณว่าจะนำน้ำมันเวเนซุเอลากลับเข้าสู่ตลาด แต่ต่อมาราคาปรับตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ จากความไม่สงบในอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน
ทั้งนี้ คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยในเชิงตั้งแต่ต้นไตรมาสถึงปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบดูไบลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
ขณะที่ Singapore GRM ของ Biznews และ Thai Oil (TOP) ปรับเพิ่มขึ้น 2% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเทียบกับสัปดาห์ก่อน และ 17% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 5.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล และ 8.2 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในซีกโลกเหนือ ขณะที่ค่าการตลาดขายปลีกน้ำมันดีเซลลดลง 6% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน หลังจากที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลง 0.5 บาท/ลิตร โดยในเชิงตั้งแต่ต้นไตรมาสถึงปัจจุบัน Singapore GRM ของ Biznews เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และค่าการตลาดขายปลีกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
ด้านส่วนต่างราคาอนุพันธ์โอเลฟินส์ BZ และ PX อ่อนตัวลงเล็กน้อย 0.2–5% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เทียบกับสัปดาห์ก่อน ขณะที่ส่วนต่างราคา PET/PTA รวมเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน จากราคา PET ที่ปรับตัวขึ้น แต่ต้นทุน PX ลดลง ทั้งนี้ เราคาดว่าส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์จะปรับดีขึ้นก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งในเชิงตั้งแต่ต้นไตรมาสถึงปัจจุบัน ส่วนต่างราคาเคมีภัณฑ์โดยรวมมีทิศทางผสม โดยส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์พื้นฐานเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด

