WASH ลั่นปี 69 ยกระดับ ร้านสะดวกซักไทยสู่ “Olympics” ทุ่มงบกว่า 400 ลบ. เปิดสาขาเพิ่ม 100 แห่ง ตั้งเป้ารายได้โต 25% รับตลาด 10,000 ลบ.
บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH ผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซัก WashXpress เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ประกาศยกระดับอุตสาหกรรมสู่ “Olympics Standard” เดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโต 25% ในปีนี้
คุณธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ WASH ระบุว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งการวางรากฐาน ขณะที่ปี 2569 จะเป็นปีของการส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าอย่างจริงจัง โดยบริษัทได้ลงทุนยกระดับการให้บริการในทุกมิติ ตั้งแต่คุณภาพการซัก, ระบบร้าน, ความปลอดภัย เทคโนโลยี, ไปจนถึงบริการแบบครบวงจร เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมร้านสะดวกซักไทยสู่มาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิด “Olympics Standard”
โดยประเมินว่าตลาดร้านสะดวกซักไทยในปัจจุบันมีมูลค่าราว 10,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยราว 10% ต่อปี แต่หลังจากอุตสาหกรรมเข้าสู่ช่วงยกระดับมาตรฐาน จะเริ่มเห็นร้านขนาดเล็กที่ไม่สามารถปรับตัว โดยเฉพาะในการแก้ปัญหาด้านความสะอาด, เครื่องเสียบ่อย, และการไม่มีบริการลูกค้าที่ทันเวลา ทยอยออกจากตลาดมากขึ้น และการเติบโตจะกระจุกตัวอยู่กับแบรนด์ที่มีระบบและมาตรฐานชัดเจน
ทำให้ในปีนี้ บริษัทจำเป็นต้องเดินกลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นในทุกด้าน โดยกลยุทธ์ในปี 2569 คือการที่บริษัทจะเร่งขยายเครือข่าย WashXpress อีก 100 สาขา จากปัจจุบัน 591 สาขาใน 21 จังหวัด ด้วยงบลงทุนราว 400 กว่าล้านบาท โดยประมาณ 50–60% จะเป็นการขยายในจังหวัดเดิมเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของเครือข่าย และที่เหลือจะรุกสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้
โดยบริษัทยังคงยึดโมเดล บริหารสาขาเองทั้งหมด (ไม่ขายแฟรนไชส์) เพื่อควบคุมคุณภาพและประสบการณ์ลูกค้าให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทจะยกระดับคุณภาพร้านทุกสาขาให้สอดคล้องกับ“Olympics Standard” โดยมี 7 มาตรฐานหลัก 7 ประการ ได้แก่
-
Hygiene: ระบบความสะอาดถังซักและการดูแลร้าน
-
Service: มาตรฐานบริการซัก-อบ-พับที่เหมือนกันทุกสาขา
-
Environmental: ติดเครื่องปรับอากาศในร้านเพื่อรองรับการใช้งานตลอดวัน
-
Support: Call Center ดูแล 24 ชั่วโมง
-
Digital: แอปพลิเคชันที่พัฒนาจากพฤติกรรมผู้ใช้จริง
-
Safety: ปรับให้ร้านสว่าง โปร่ง พร้อม CCTV ตลอด 24 ชม.
-
Quality Consistency: บริหารโดยทีมบริษัทเพื่อรักษาคุณภาพ
ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ “ร้านพี่วัว WashXpress” และการพัฒนาแอปพลิเคชันและฐานสมาชิกกว่า 1.8 ล้านราย เพื่อต่อยอดแคมเปญการตลาด, สร้างการใช้บริการซ้ำ, เพิ่มรายได้ต่อสาขา, และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมเติบโต 25% โดยมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) 10%
สำหรับผลงานที่ผ่านมา ใน 9 เดือนแรกปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 745.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.79% และมีกำไรสุทธิ 87.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.60% โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.70% พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.0722 บาทต่อหุ้น
คุณกวินกล่าวปิดท้ายว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่การแข่งขันของธุรกิจร้านสะดวกซักเปลี่ยนจาก “ราคา” ไปสู่ “คุณภาพและความสม่ำเสมอของมาตรฐาน” มากขึ้น โดย WASH เลือกลงทุนระบบและบริหารเอง 100% เพื่อสร้างความแตกต่างด้านประสบการณ์ และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมในระยะยาว
