ITC เดินหน้าสร้างความยั่งยืน ผ่าน 3 กลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร ปักธงรายได้นวัตกรรมโต 15% รับแผนขยายฐานลูกค้า ตอกย้ำพันธกิจสร้างโลกที่มีความสุขให้สัตว์เลี้ยงทั่วโลก
ในช่วงที่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงกำลังการผลิตหรือราคาต่อหน่วยอีกต่อไป แต่เปลี่ยนไปสู่สนามของนวัตกรรม งานวิจัย และความสามารถในการสร้างคุณค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนให้กับแบรนด์และคู่ค้า จากโจทย์นี้ทำให้ ITC ทุ่มงบกว่า 40 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศูนย์ทดสอบสินค้าให้เหนือกว่าคู่แข่ง ปูทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจ รองรับตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงระดับสากล
นายภาคย์ ชีวรักษ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์นวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้วยผลิตภัณฑ์ที่ต้องชนะคู่แข่งทั้งในด้านฟังก์ชันและความอร่อย บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณการลงทุนในส่วนของศูนย์ทดสอบสินค้าอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านบาท โดยศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวการันตีคุณภาพและรสชาติสำหรับนวัตกรรมทุกตัวที่จะเปิดตัวร่วมกับแบรนด์ระดับโลก เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ออกสู่ตลาดมีคุณภาพสูงสุด
สำหรับปี 2569 บริษัทฯ คาดหวังรายได้จากนวัตกรรมใหม่ในสัดส่วน 15% ของรายได้รวม ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการล็อคออเดอร์กับลูกค้าตั้งแต่ไตรมาสที่ 1/69 ทำให้ภาพรวมผลประกอบการค่อนข้างน่าประทับใจ และคาดว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ดีอย่างมากของบริษัท
นอกจากนี้บริษัทยังมีการวางแผนงานในระยะยาวผ่าน Innovation Road Map ไปจนถึงปี 2573 ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัยในเรื่อง Co-creating for palatability and longevity หรือการสร้างสรรค์อาหารเพื่อความอร่อยและอายุที่ยืนยาวของสัตว์เลี้ยง โดยนอกจากความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกแล้ว บริษัทฯ ยังมีวิสัยทัศน์ที่จะขยายขีดความสามารถไปสู่การให้บริการกลุ่มลูกค้ารายอื่น ๆ เพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่เพียงพอและได้รับมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับทั่วโลก
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มโภชนบำบัด (Nutraceuticals) จะขยายตัวต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ร้อยละ 7.1 ต่อปี นับจากปี 2569 และจะมีมูลค่าสูงถึง 8.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574
นอกจากนี้ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่พันธกิจสูงสุดขององค์กร คือการสร้างโลกที่มีความสุขให้กับสัตว์เลี้ยงทั่วโลก โดยใช้ศูนย์วิจัยและทดสอบสินค้าเป็นกลไกสำคัญในการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดสัตว์เลี้ยง บริษัทฯ ได้เร่งพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและรสชาติ โดยที่ผ่านมามีการเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์รวมกว่า 548 รายการในช่วงปี 2567-2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
อีกทั้งบริษัทยังวาง 3 กลยุทธ์เพื่อผลักดันนวัตกรรม ได้แก่ 1. การผลักดันนวัตกรรมผ่านความร่วมมือ (Advancing Innovation Through Open Collaboration) ไอ-เทล ทำงานร่วมกับลูกค้าซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาคอนเซปต์สินค้าต้นแบบ เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่บูรณาการข้อมูลเชิงลึกของตลาดเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาของบริษัท
2. การยกระดับโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาวของสัตว์เลี้ยง (Pet Food Journey Toward Longevity) ไอ-เทล เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน (Functional Food) ภายใต้แนวทางการดำเนินงานที่ตั้งอยู่บนหลักทางวิทยาศาสตร์ โดยมีเป้าหมายขยายนวัตกรรมให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (Supplement) โภชนบำบัด (Nutraceuticals) และ Personalized Diets ภายในปี 2573
3. นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยหลักวิทยาศาสตร์ พร้อมความอร่อยที่พิสูจน์ได้ (Science-Backed Innovation with Proven Palatability) บริษัทกำหนดให้ ‘ความน่ากิน’ (Palatability) เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว i-Cattery ช่วยให้บริษัทสามารถทดสอบผลิตภัณฑ์จริงผ่านการทำงานร่วมกับบรรดา ‘แมวนักชิม’ เพื่อถอดรหัสข้อมูลเชิงลึกและทำความเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของสัตว์เลี้ยง จนมั่นใจว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบจาก i-Cattery จะเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์เลี้ยง
โดย i-Cattery ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งกระบวนการคิดค้นพัฒนาสูตรอาหารและผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้น 3 เท่า โดยระหว่างปี 2566 ถึง 2568 i-Cattery ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์กว่า 795 รายการให้กับแบรนด์อาหารสัตว์ชั้นนำระดับโลกกว่า 20 แบรนด์
นายภาคย์ ชีวรักษ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์นวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้วยผลิตภัณฑ์ที่ต้องชนะคู่แข่งทั้งในด้านฟังก์ชันและความอร่อย บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณการลงทุนในส่วนของศูนย์ทดสอบสินค้าอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านบาท โดยศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวการันตีคุณภาพและรสชาติสำหรับนวัตกรรมทุกตัวที่จะเปิดตัวร่วมกับแบรนด์ระดับโลก เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ออกสู่ตลาดมีคุณภาพสูงสุด
สำหรับปี 2569 บริษัทฯ คาดหวังรายได้จากนวัตกรรมใหม่ในสัดส่วน 15% ของรายได้รวม ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการล็อคออเดอร์กับลูกค้าตั้งแต่ไตรมาสที่ 1/69 ทำให้ภาพรวมผลประกอบการค่อนข้างน่าประทับใจ และคาดว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ดีอย่างมากของบริษัท
นอกจากนี้บริษัทยังมีการวางแผนงานในระยะยาวผ่าน Innovation Road Map ไปจนถึงปี 2573 ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัยในเรื่อง Co-creating for palatability and longevity หรือการสร้างสรรค์อาหารเพื่อความอร่อยและอายุที่ยืนยาวของสัตว์เลี้ยง โดยนอกจากความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกแล้ว บริษัทฯ ยังมีวิสัยทัศน์ที่จะขยายขีดความสามารถไปสู่การให้บริการกลุ่มลูกค้ารายอื่น ๆ เพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันมีกำลังการผลิตที่เพียงพอและได้รับมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับทั่วโลก
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มโภชนบำบัด (Nutraceuticals) จะขยายตัวต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ร้อยละ 7.1 ต่อปี นับจากปี 2569 และจะมีมูลค่าสูงถึง 8.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574
นอกจากนี้ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่พันธกิจสูงสุดขององค์กร คือการสร้างโลกที่มีความสุขให้กับสัตว์เลี้ยงทั่วโลก โดยใช้ศูนย์วิจัยและทดสอบสินค้าเป็นกลไกสำคัญในการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดสัตว์เลี้ยง บริษัทฯ ได้เร่งพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและรสชาติ โดยที่ผ่านมามีการเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์รวมกว่า 548 รายการในช่วงปี 2567-2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
อีกทั้งบริษัทยังวาง 3 กลยุทธ์เพื่อผลักดันนวัตกรรม ได้แก่ 1. การผลักดันนวัตกรรมผ่านความร่วมมือ (Advancing Innovation Through Open Collaboration) ไอ-เทล ทำงานร่วมกับลูกค้าซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาคอนเซปต์สินค้าต้นแบบ เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่บูรณาการข้อมูลเชิงลึกของตลาดเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาของบริษัท
2. การยกระดับโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาวของสัตว์เลี้ยง (Pet Food Journey Toward Longevity) ไอ-เทล เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน (Functional Food) ภายใต้แนวทางการดำเนินงานที่ตั้งอยู่บนหลักทางวิทยาศาสตร์ โดยมีเป้าหมายขยายนวัตกรรมให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (Supplement) โภชนบำบัด (Nutraceuticals) และ Personalized Diets ภายในปี 2573
3. นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยหลักวิทยาศาสตร์ พร้อมความอร่อยที่พิสูจน์ได้ (Science-Backed Innovation with Proven Palatability) บริษัทกำหนดให้ ‘ความน่ากิน’ (Palatability) เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารแมว i-Cattery ช่วยให้บริษัทสามารถทดสอบผลิตภัณฑ์จริงผ่านการทำงานร่วมกับบรรดา ‘แมวนักชิม’ เพื่อถอดรหัสข้อมูลเชิงลึกและทำความเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของสัตว์เลี้ยง จนมั่นใจว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบจาก i-Cattery จะเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์เลี้ยง
โดย i-Cattery ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งกระบวนการคิดค้นพัฒนาสูตรอาหารและผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้น 3 เท่า โดยระหว่างปี 2566 ถึง 2568 i-Cattery ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์กว่า 795 รายการให้กับแบรนด์อาหารสัตว์ชั้นนำระดับโลกกว่า 20 แบรนด์
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 16 ชั่วโมง
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
