“กรุงศรี” ตั้งการ์ดรับมือ GDP ต่ำ ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปี 2569 โต 2-4% ลุยอัพพอร์ตสินเชื่อเพื่อธุรกิจสีเขียวสู่ 3.5 แสนลบ. พร้อมกาง 3 กลยุทธ์หลักปูทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ในปีที่เศรษฐกิจยังไม่เอื้อให้เดินเกมรุกเต็มที่ การกำหนดทิศทางของธนาคารขนาดใหญ่จึงสะท้อนมากกว่าการตั้งเป้าการเติบโต แต่คือการเลือกจุดยืนระหว่างความระมัดระวังกับการแสวงหาโอกาสใหม่ ภายใต้บริบทดังกล่าว “ธนาคารกรุงศรีฯ” กำลังจัดวางกลยุทธ์รับมือความเปราะบางในประเทศ ควบคู่กับการขยายฐานรายได้จากต่างประเทศ และเร่งทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืน เพื่อรักษาสมดุลของการเติบโตในระยะยาว
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยมุมมองธุรกิจในปี 2569 และเป้าหมายระยะยาว ภายใต้กลยุทธ์ “ONE Krungsri ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” (ONE Krungsri for a Sustainable Future) ระบุ สำหรับปี 2569 กรุงศรีตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 2–4% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) โดยรวมที่ 4.0–4.3% โดยที่ NIM ในประเทศอยู่ที่ 3.25–3.50% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ระดับ Mid-40s%
ควบคู่ไปกับการเดินหน้าพันธกิจด้านความยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) เป็น 350,000 ล้านบาท พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจและการปล่อยสินเชื่อ ธนาคารยอมรับว่าภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคในปีนี้ยังคงมีความเปราะบาง โดย GDP มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่ามาตรฐานที่เคยคาดการณ์ไว้ (ต่ำกว่า 2%) ส่งผลให้ธนาคารต้องดำเนินนโยบายปล่อยสินเชื่อด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ เพื่อดูแลเงินฝากของผู้ฝากเงิน
“สำหรับกลุ่มลูกค้า SME ถือเป็นกลุ่มที่ธนาคารให้ความสำคัญแต่ยอมรับว่าการบริหารจัดการมีความยากลำบาก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เปราะบาง ซึ่งธนาคารเน้นการเข้าไปทำงานใกล้ชิดเพื่อช่วยปรับโครงสร้างหนี้มากกว่าการอัดฉีดเงินเพียงอย่างเดียว ในส่วนของสินเชื่อรถยนต์ แม้ยอดขายรวมในตลาดยังไม่เติบโตมากนัก แต่ธนาคารพบว่าคุณภาพสินเชื่อในกลุ่มนี้มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” นายเคนอิจิ กล่าว
ทั้งนี้ ท่ามกลางข้อจำกัดในประเทศ ธนาคารยังมองเห็นโอกาสการเติบโตจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่
- ลูกค้ารายใหญ่: คาดการณ์การเติบโตที่ 3–4% จากแผนการลงทุนและโครงการ FDI ซึ่งจะส่งผลดีต่อ Supply Chain และการจ้างงานในภาพรวม
- ตลาดต่างประเทศ: ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในต่างประเทศสูงถึง 14–16% แม้ปัจจุบันจะมีสัดส่วนสินเชื่อเพียง 5% แต่สามารถสร้างรายได้ให้กับธนาคารได้ถึง 20% โดยมีประเทศยุทธศาสตร์สำคัญคือ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ที่มีศักยภาพสูง รวมถึงอินโดนีเซียที่อยู่ในเรดาร์การเติบโตเนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก
นอกจากนี้ นายเคนอิจิยังได้เปิดเผยกลยุทธ์หลักปี 2569 โดยกรุงศรีกำหนด 3 แกนกลยุทธ์หลัก (Strategic Pillars) เพื่อใช้เป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ได้แก่
Customer First: ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เชื่อมต่อบริการอย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสำหรับลูกค้ารายย่อย ลูกค้าธุรกิจ และนักลงทุน
Transform with AI & Technology: เร่งการนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยง ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และระบบ Core Banking เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าลงทุนด้านเทคโนโลยีสูงถึงประมาณ 17,000 ล้านบาท เพื่อวางรากฐาน พัฒนาแพลตฟอร์ม และอัปเกรดโซลูชันต่าง ๆ ในการวิเคราะห์และตอบโจทย์ลูกค้า
ONE Krungsri Collaboration: ผสานพลังความร่วมมือภายในกลุ่มกรุงศรี เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร พร้อมใช้จุดแข็งจากเครือข่ายระดับโลกของ MUFG เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระดับภูมิภาค
“เป้าหมายของกรุงศรีคือการสร้างการเติบโตที่สมดุล ทั้งในด้านผลประกอบการ นวัตกรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม เรากำลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ภูมิทัศน์ทางการเงินแห่งอนาคต ที่บริการทางการเงินได้รับการบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ ขับเคลื่อนด้วยพลังของเทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อปลดล็อกศักยภาพการเติบโตให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และสังคม” นายเคนอิจิ กล่าวสรุป
