SET ปิดเช้าพุ่งกระฉูด 45 จุด หลัง “ภูมิใจไทย” ชนะเลือกตั้ง โบรกฯ มองหนุนนโยบายต่อเนื่อง คาดกรอบ 3 เดือน 1,420–1,500 จุด
ดัชนีหุ้นไทยเช้านี้ปิดพุ่งกระฉูด 45 จุด ทะลุแนวต้าน 1,400 จุด หลังพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง โบรกฯ มองสานนโยบายต่อเนื่อง คาดกรอบ 3 เดือน 1,420–1,500 จุด พร้อมชู 5 หุ้นเด่นรับผลประโยชน์
วันนี้ (9 ก.พ. 69) ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,398.96 จุด เพิ่มขึ้น 44.95 จุด หรือ +3.32% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 66,831.06 ล้านบาท
โดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ผลการเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยชนะขาดลอย (Landslide) ได้คะแนนเสียงกว่า 195–200 เสียง ตามด้วยพรรคประชาชน 115 +/- เสียง พรรคเพื่อไทย 75–80 เสียง พรรคกล้าธรรม 55–60 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 20–22 เสียง และพรรคขนาดเล็กราว 18 เสียง ที่มีคะแนน 1–6 เสียง
ทั้งนี้ บล.กรุงศรี มีมุมมอง “บวก” (Positive) ต่อ SET Index เนื่องจาก
-
โอกาสได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง คะแนนเสียง 275–300 เสียง ภายใต้การนำพรรคภูมิใจไทย พร้อมพรรคร่วมรัฐบาล 1–2 พรรคหลัก เทียบกับปัจจุบันที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย
-
การตั้งรัฐบาลเป็นไปตามกรอบเวลา กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง เม.ย. 26 > โหวตนายกฯ 7 พ.ค. > ครม. ใหม่เริ่มงาน มิ.ย. > งบประมาณปี 70 (ต.ค. 69 – ก.ย. 70) ไม่สะดุด
-
การขับเคลื่อนนโยบายที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันมีความต่อเนื่อง (Policy Continuity)
ระยะสั้น
-
อัดฉีดผ่าน “คนละครึ่ง พลัส”, แก้หนี้ NPL < 1 แสนบาท และลดค่าไฟเหลือ 3 บาท (เฉพาะ 200 หน่วยแรก) บวก Domestic Plays ธนาคาร เช่าซื้อ ค้าปลีก
-
ดึงเม็ดลงทุนจากต่างประเทศ (ลดขั้นตอนราชการ), Direct PPA, แผน PDP หนุนไทยเป็นศูนย์กลาง Infra Tech บวกหุ้นในธีมลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน นิคม โรงไฟฟ้า สื่อสาร รับเหมา
-
สานต่อมาตรการตลาดทุน (TISA) บวกหุ้น Big Cap ใน SET50 อาทิ AOT, BDMS, GULF, ADVANC, PTT
-
จิตวิทยาบวกหุ้นเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย ที่ตลาดมักมองเป็นเป้าหมายเก็งกำไร STECON, STPI, PTG, AMA, 88TH, DOD
ระยะยาว (Structure)
Green Economy, Smart Farming + สร้างตลาดส่งออกใหม่, Barter Trading, กองทุนภัยพิบัติ, แหล่งท่องเที่ยวใหม่ + Wellness Hub
โดยคาดว่าจะเห็นปรากฏการณ์ “Political Refresh” ดึงดูด Fund Flow ไหลกลับ คล้ายสถิติปี 2001, 2007 และ 2011 ที่รัฐบาลมีความเข้มแข็ง แกนนำได้คะแนนเสียง > 200 เสียง แต่ไม่เกินกึ่งหนึ่งอย่างมีนัยฯ โดยเฉลี่ย SET จะปรับขึ้น +1.5% ใน 1 สัปดาห์ และ +4.4% ใน 1 เดือน อิง 3 รอบดังนี้ (ประเมินรอบนี้คล้ายปี 2011 ที่ไม่มีความผันผวนภาวะเศรษฐกิจโลก เกี่ยวข้องเหมือนปี 2007)
-
ปี 2001 (พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้ง 245 เสียง) ตลาดหุ้นไทยตอบรับ +1% ใน 1 เดือน และ +10% ใน 3 เดือน
-
ปี 2007 (พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้ง 233 เสียง) ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่ม +5.5% ใน 1 สัปดาห์ ปี 2011 (พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง 265 เสียง) ตลาดหุ้นปรับเพิ่ม +5% และ +17.0% ใน 3 และ 6 เดือน
อย่างไรก็ดี ต่างชาติถือครองหุ้นไทยต่ำ (Underweight) + การเมืองนิ่ง + รัฐบาลสนับสนุนนโยบายเงินลงทุนระยะยาวภายในตลาดทุนใหม่ (TISA) ดังนั้น ทีมกลยุทธ์ปรับกรอบ SET ใน 3 เดือน สู่ 1,420–1,500 จุด โดยคงเป้าหมายดัชนีสิ้นปี 2026 ที่ 1,475 จุด อิง PER 15.9x ที่ EPS Growth 8% y-y เน้นหุ้น Theme Election Play
-
กลุ่มอิงการลงทุน + FDI
STECON, GULF, EGCO, KTB, KBANK, ADVANC, AMATA, WHA, SCC, PYLON, INSET, STPI -
Domestic x Services
BDMS, CPALL, AOT, CENTEL, MTC, KTC, PLANB
สำหรับ 5 บริษัทเด่นที่สุด คือ TECON, GULF, CPALL, KTB, AOT
