GDP อาเซียนโตแรง! ไทยโต 2.4% ช้ากว่าเพื่อนบ้าน โจทย์ใหญ่เร่งการลงทุน-เพิ่มผลิตภาพ ดันอุตฯ มูลค่าสูง สู้เกมแข่งขันระยะยาว
เมื่อประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มทยอยประกาศตัวเลข GDP ปี 2025 อย่างเป็นทางการ ภาพรวมการเติบโตของภูมิภาคก็เริ่มชัดเจนขึ้น โดยหลายประเทศในอาเซียนขยายตัวได้แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะที่เศรษฐกิจไทยแม้จะยังเติบโตต่อเนื่อง แต่จังหวะการขยายตัวช้ากว่าหลายประเทศในภูมิภาค ทำให้เกิดคำถามถึงศักยภาพการแข่งขันในระยะต่อไป
🇮🇩 อินโดนีเซีย: เติบโตมั่นคงจากตลาดในประเทศและการส่งออก
อินโดนีเซียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ทำผลงานได้โดดเด่น โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BPS) รายงานว่าเศรษฐกิจปี 2025 ขยายตัว 5.11% จากแรงขับเคลื่อนหลักเช่น การบริโภคภายในประเทศที่ยังแข็งแรง, การฟื้นตัวของภาคการส่งออก และการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคบริการและโครงสร้างพื้นฐาน
ตลาดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังเป็นฐานสำคัญของการเติบโต ข้อมูลทางการยังชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของภาคขนส่งและการค้า สะท้อนความแข็งแกร่งของอุปสงค์ภายใน
🇲🇾 มาเลเซีย: ขยายตัวสูงสุดในรอบสามปี
ตามข้อมูลจากกรมสถิติมาเลเซีย มาเลเซียรายงาน GDP เติบโต 5.2% ในปี 2025 นับเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบประมาณสามปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคในประเทศ, การฟื้นตัวของอุปสงค์ต่างประเทศ, รวมถึงการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น
ภาคการผลิตและภาคบริการยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการทั่วโลกที่ดีขึ้น
🇸🇬 สิงคโปร์: เทคโนโลยีและ AI ช่วยผลักดันเศรษฐกิจ
สิงคโปร์ยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างแข็งแรง โดยกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม (MTI) ประเมินเบื้องต้นว่า GDP ปี 2025 ขยายตัว 4.8% จากการฟื้นตัวของภาคการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ เป็นหลัก
การที่สิงคโปร์เป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ทำให้ได้รับประโยชน์จากการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ส่งผลให้ภาคการผลิตขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
🇹🇭 ไทย: เติบโตต่อเนื่อง แต่ช้ากว่าภูมิภาคที่ 2.4%
เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.4% ในปี 2025 ตามข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) แม้ยังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว, การบริโภคภาคเอกชน และการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น แต่การเติบโตยังอยู่ในระดับปานกลาง
ปัจจัยที่ทำให้ไทยโตช้ากว่าเพื่อนบ้าน ได้แก่ โมเมนตัมภาคการผลิตที่อ่อนแรงกว่า, การลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่เร่งตัวเต็มที่ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุซึ่งจำกัดการเติบโตของแรงงาน นอกจากนี้ ช่วงเปลี่ยนผ่านด้านนโยบายและความล่าช้าในการใช้จ่ายภาครัฐอาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวช้ากว่า
ทำไมการเติบโตจึงไม่เท่ากัน?
ความแตกต่างของอัตราการเติบโตสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจที่ต่างกัน สิงคโปร์และมาเลเซียได้ประโยชน์จากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับ AI และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่อินโดนีเซียมีตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพการเติบโต ในทางกลับกัน ไทยยังพึ่งพาการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิมค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ดี การเติบโตของไทยไม่ใช่ภาพเชิงลบ เศรษฐกิจยังขยายตัวต่อเนื่อง, เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้, ภาคบริการได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และยังมีแนวโน้มที่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ความท้าทายในระยะต่อไปจึงอยู่ที่การเร่งการลงทุน, เพิ่มผลิตภาพ และขยับเข้าสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงมากขึ้น
คำถามสำคัญต่อจากนี้
เมื่อประเทศต่างๆ ในอาเซียนทยอยประกาศตัวเลข GDP ปี 2025 เพิ่มขึ้น ภาพรวมชี้ว่าภูมิภาคยังมีโมเมนตัมเชิงบวก แต่การเติบโตไม่ได้กระจายตัวเท่าเทียมกัน ขณะที่หลายประเทศเร่งตัวจากวัฏจักรการลงทุนและการส่งออกเทคโนโลยี ไทยจึงเผชิญคำถามเชิงยุทธศาสตร์ว่า จะสามารถเร่งโมเมนตัมการเติบโตเพื่อไล่ทันเพื่อนบ้านได้หรือไม่
คำถามสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบาย, ภาคธุรกิจ และนักลงทุนจึงคือ ไทยจะสามารถเร่งตัวและไล่ทันประเทศเพื่อนบ้านได้ในเร็วๆ นี้หรือไม่?
