OCEAN จากธุรกิจขายก๊อกน้ำ-น้ำมันปาล์ม สู่อสังหาฯ และกัญชง-กัญชา
OCEAN หรือ บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน) จากเดิมที่ประกอบประกอบธุรกิจผลิต ซื้อขายก๊อกน้ำ รวมถึงอุปกรณ์ประปา แต่เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา “ชัชชญา ไตรตระกูลชัย” ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ผ่านการซื้อหุ้นแบบ Private Placement หรือ PP ปูพรมเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันปาล์ม
โดย OCEAN ภายใต้ “ชัชชญา ไตรตระกูลชัย” ในช่วงเวลานั้นได้ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยประกาศรุกเข้าสู่ธุรกิจซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบ CPOA ซึ่งบริษัทได้เริ่มดำเนินการซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบ CPOA ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นมา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2562 ได้อนุมัติหยุดประกอบธุรกิจซื้อขายผลิตภัณฑ์กลุ่มชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ก๊อกน้ำ (ธุรกิจผลิต) ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2562 เป็นต้นไป
การปิดตัวธุรกิจ ก๊อกน้ำ ของ OCEAN ดูเหมือนกำลังจะไปได้ดี เพราะผลประกอบการโดยรวมในช่วงเวลานั้น เริ่มมีกำไรเข้ามาให้นักลงทุนได้ชมเชยกันแล้ว แต่...ดูเหมือนเวลาผ่านไปไม่นานมากนัก OCEAN ก็ได้ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการเปิดทางให้ทุนกลุ่มใหม่เข้ามาถือหุ้น
จาก “ชัชชญา” สู่ “ธีร”
ทั้งนี้เมื่อปลายปี 2562 “ชัชชญา ไตรตระกูลชัย” ได้ทยอยขาย Big Lot หุ้น OCEAN ให้กับ “ธีร ชุติวราภรณ์” และทยอยขายออกมาต่อเนื่อง จนล่าสุด “ธีร” ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ OCEAN ในสัดส่วน 18.45% และไม่ปรากฏชื่อ “ชัชชญา ไตรตระกูลชัย” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ยังมี “จิรัฏฐ์ ไตรตระกูลชัย” สามีที่ยังเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ซึ่งเมื่อ 28 ก.พ.63 OCEAN ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯว่า การเข้ามาของ “ธีร” เป็นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพยข์องบริษัทที่ได้ขยายไปในช่วงเวลานั้น เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการเติบโตของบริษัทฯ โดยล่าสุด OCEAN ได้จัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายใต้กลุ่มทุนใหม่ภายใต้ชื่อ “OCEAN New Growth To Sustainability” โดยการรุกเข้าสู่กัญชง-กัญชา แต่ยังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปด้วย
อสังหาฯยังหนุนการเติบโต
ล่าสุด OCEAN ได้จัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายใต้กลุ่มทุนใหม่ โดยนายธีร ชุติวราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OCEAN เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทมาจาก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมีโครงการในมืออยู่ 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการคอนโดมิเนียมที่มีอยู่ทั้ง IKON SUKHUMVIT 77 มูลค่ารวม 1,170 ล้านบาท โดยตั้งแต่เริ่มมีการโอนจนถึงปีสิ้นปี 2564 คาดว่าจะมียอดโอนคิดเป็น 78% และโครงการ IKON UDOMSUK มูลค่า 600 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 85% ซึ่งทั้งสองโครงการผลตอบรับดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ บริษัทฯมียอดขายรอโอน (Backlog) ประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้ในปี 2564-2565 ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มีแผนจะเปิดโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ ย่านรามอินทรา โครงการ THE VALOR มูลค่าโครงการ 480 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน เพราะเป็นตลาดที่ยังมีกำลังซื้อที่เติบโตได้ต่อเนื่อง และมีความต้องการสูง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ความต้องการบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 64 และเริ่มโอนในต้นปี 2565
พร้อมรุกกัญชง-กัญชา
ล่าสุดบริษัทได้ผนึกกำลังร่วมกับ 2 พันธมิตรในตลาดกัญชง-กัญชา บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JP ในฐานะโรงงานผลิตยา , อาหารเสริม , เครื่องสำอาง , สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทวิตามินบำรุงร่างกาย รวมทั้งกาแฟเพื่อสุขภาพ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาและอาหารเสริมกับองค์การคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้แบรนด์ของลูกค้า กว่า 2,000 ผลิตภัณฑ์ และบริษัท แคนนาบิซ เวย์ จำกัด ผู้ออกแบบและพัฒนาระบบปลูกกัญชง-กัญชาอัจฉริยะ เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับบริษัท ทำให้ก้าวสู่ความเป็นผู้คุมปัจจัยการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร
“การจับมือร่วมกันของพันธมิตรทั้ง 3 ในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาสินค้าร่วมกันครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อป้อนให้กับกลุ่มลูกค้าในตลาดที่มีความต้องการเป็นจำนวนมาก และเป็นการการันตีได้ว่า เรามีวัตถุดิบที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ขณะที่โรงงานของ JP มีคุณภาพ และมาตรฐาน ผ่านการรับรองของ อย. สามารถผลิตสินค้าได้หลากหลาย และลูกค้าไม่จำเป็นต้องทำงานด้านวิจัยและพัฒนาเพิ่ม และเครื่องจักรที่บริษัทฯ นำเข้ามายังมีจุดเด่นที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป โดยสามารถสกัดได้ในระดับ ISOLATE CBD WATER SOLUBLE ซึ่งสามารถผสมเครื่องดื่มได้ทันที ต่างจากคู่แข่งในตลาดที่ยังไม่มีใครสามารถทำได้”
อย่างไรก็ตามในเบื้องต้น OCEAN ได้นำเข้าเครื่องจักรขนาดกำลังการผลิต 300 กก./เดือน ซึ่งสามารถแยกสาร CBD ได้ 4 รูปแบบ เริ่มตั้งแต่ FULL SPECTRUM , BROAD SPECTRUM , CBD ISOLATE และ WATER SOLUBLE CBD ISOLATE
โดยเมื่อบริษัทได้รับใบอนุญาตแล้วก็จะสามารถเดินเครื่องผลิต เพื่อรองรับออเดอร์ลูกค้าได้ทันที และตามแผนของ OCEAN คาดว่าจะรับรู้รายได้จากธุรกิจสกัดสารกัญชงกัญชาในปีนี้ราว 15-20 ล้านบาท ก่อนขยับขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ในปี 2565 ทั้งนี้ บริษัทฯก็มีแผนงานที่จะลงทุนเพื่อนำเข้าเครื่องจักรเพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้บริษัทฯมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จาก New S Curve ธุรกิจสกัดสารกัญชง-กัญชา
ทั้งนี้ถ้าหากลูกค้ามาใช้บริการกับ OCEAN ในฐานะผู้คุมปัจจัยการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ร่วมกับพันธมิตรอย่าง JP ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ผลิตสินค้าได้หลากหลาย และได้นางฟ้ากัญชา เข้ามาเสริมทัพ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างครบวงจร แบบ Total Solution เพียงแค่มาหาเราก็จะได้รับสินค้าที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องไปวิจัยและพัฒนาเพิ่มเติม
เตรียมล้างขาดทุนสะสม
"มั่นใจว่าปี 2564 จะเป็นปีแห่งการเทิร์นอะราวด์ของ OCEAN โดยตั้งเป้าหมายสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ฟื้นตัวและกำลังซื้อเริ่มทยอยกลับมาแม้ว่าจะสถานการณ์โควิด-19 ยังกดดันอยู่ก็ตาม แต่ด้วยโครงการที่มีคุณภาพ ทำเลที่ตั้งเหมาะสม มีสภาพแวดล้อมที่ดี และการจัดระบบ Facilities ที่ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของลูกบ้านทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาดหมาย นอกจากนี้ได้ตั้งเป้าหมายที่จะล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ประมาณ 80 ล้านบาท ให้หมดภายในปีนี้ให้ได้ หรือไม่เกินปี 65"นายธีร กล่าว
โดยปี 2565 คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้อสังหาริมทรัพย์ 60% และกัญชง-กัญชา 40% เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อยอย่างบริษัท เค ที ดี เอ็ม จำกัดอีก 200 ล้านบาท โดยจะทำให้รายได้จากการขายสารสกัดจากกัญชงน่าจะขยับขึ้นมาอีก จากปัจจุบันที่คาดว่าอยู่ที่ระดับ 100 ล้านบาทในปี 2565
ด้านดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JP กล่าวว่า มั่นใจว่าความร่วมมือกับ OCEAN ในครั้งนี้ จะนำไปสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยบริษัทมีความพร้อมให้บริการผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ผลิตยา, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง, สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทวิตามินบำรุงร่างกาย รวมทั้งกาแฟเพื่อสุขภาพ พร้อมขึ้นทะเบียนอาหารเสริมกับองค์การคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้แบรนด์ของลูกค้า
โดย JP มีประสบการณ์กว่า 40 ปี ด้านการผลิตยาแผนปัจจุบันและอาหารเสริมได้รับมาตรฐาน GMP PIC/s และมาตรฐาน ISO 9001:2015 ควบคุมโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ. ซึ่งในปัจจุบันได้มีการให้บริการขึ้นทะเบียนตำรับยาและทะเบียนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับอย. รวมทั้งผลิตยา, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, ยาแผนโบราณและ ผลิตยาสมุนไพร ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ตอกเม็ด, บรรจุแคปซูล, บรรจุแผงบริสเตอร์, บรรจุขวดตามความต้องการของลูกค้า โดยบริษัทฯมีโรงงานผลิตที่ถนนพระรามสาม และโรงงานในภาคเหนือ ตั้งอยู่ที่จังหวัดลำพูน มีผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนมากว่า 2,000 ผลิตภัณฑ์
ขณะที่นางสาวอุนารินทร์ กิจไพบูลทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคนนาบิซ เวย์ จำกัด (ในวงการต่างให้ฉายาว่า "นางฟ้ากัญชา") กล่าวว่า บริษัทได้ออกแบบและพัฒนาระบบปลูกกัญชงและกัญชาอัจฉริยะ Cannabis Smart Farm (CSF) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร ทำการติดตั้งระบบในพื้นที่ปลูกของบริษัทที่จัดตั้งเป็น “CBD Agro-Tech Center” บนเนื้อที่กว่า 36 ไร่ ด้วยระบบการควบคุมสภาพแวดล้อมที่ปรับให้เหมาะสมกับทุกสายพันธุ์ เพื่อรองรับการปลูกกัญชง-กัญชาคุณภาพได้มากกว่า 250,000 ต้นต่อปี และมีโครงการขยายพื้นที่การผลิตให้ครอบคลุมกว่า 1,000 ไร่ทั่วประเทศ มีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อการลงทุนสูงที่สุด และได้กัญชง-กัญชาคุณภาพป้อนเข้าสู่ภาคธุรกิจในทุกภาคส่วน ทำให้ได้วัตถุดิบกัญชง-กัญชาคุณภาพสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำ
