Official Update :

เช็กลิสต์หุ้นกำไรโต-ปันผลทะลุ 3% ช่วงลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหนุนดัชนีสู่ 1510 จุด

หลังถูกมองว่าเป็นตลาดที่ขาดเสน่ห์มานาน ล่าสุดตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง ท่ามกลางแรงซื้อสุทธิต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้ามาจากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทำให้ความหวังที่จะได้เห็นดัชนีกลับขึ้นไปยืนอยู่ที่ระดับ 1,510 จุด ดูจะไม่ใช่เรื่องยากนัก โดยในช่วงเวลานี้มีหุ้นที่น่าสนใจทั้งในแง่ของแนวโน้มผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับมากกว่า 3% ขึ้นไป


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุ ความหวังเริ่มกลับมาสดใสสำหรับตลาดหุ้นไทย โดยมีเหตุผลสนับสนุนสำคัญ 4 ด้าน ทั้งเรื่องกระแสเงินโลก กำไรบริษัทจดทะเบียน และเป้าหมายดัชนีที่ขยับสูงขึ้น โดยปัจจุบันเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า De-Dollarization หรือการลดการพึ่งพาดอลลาร์ ทำให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผลที่ตามมาคือ เม็ดเงินลงทุน (Flow) เริ่มไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพื่อมองหาโอกาสใหม่ในยุโรปและเอเชีย ซึ่งตลาดหุ้นไทย (SET) คือหนึ่งในเป้าหมายที่อยู่ในโซน "กำลังปรับตัวดีขึ้น" (Improving) เมื่อเทียบกับตลาดโลก


ขณะที่หุ้นใน SET Index ยังมี Room ในขยับขึ้นได้ต่อ (แม้จะมีจำนวนหุ้นราว 24.7% ที่เกิด Oversold) ซึ่งข้อมูลในอดีตชี้ว่าช่วงปี 2559-2560 และ 2563-2564 เป็นช่วงที่ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจำนวนหุ้นที่เข้าสู่ภาวะ Overbought จะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม


ส่วนสิ่งที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นได้ดีที่สุดคือ "กำไร" ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนไทยทำกำไรได้ "ดีเกินคาด" ประมาณ 5% ตามค่าเฉลี่ยของทุกไตรมาส หรือคิดเป็นส่วนเพิ่มของกำไรต่อหุ้น (EPS) ประมาณ 1.25 บาทต่อไตรมาส ซึ่งตัวเลขที่เซอร์ไพรส์ในเชิงบวกแบบนี้ เป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยดันเป้าหมายดัชนีให้ปรับเพิ่มขึ้นได้เฉลี่ยถึง ไตรมาสละ 20 จุด จากประมาณการเดิม EPS ที่ระดับ 90 บาท/หุ้น


ด้วยปัจจัยหนุนทั้งเรื่องกำไรที่แข็งแกร่ง และแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาเป็นบวก (Net Buy) หลังจากขายต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้การปรับเป้าหมาย SET Index ใหม่ขึ้นเป็น 1510 จุด ไม่ใช่เรื่องยาก โดยใช้ MEYG (Market Earnings Yield Gap) ขยับลงมากจาก 5.0% สู่ระดับ 4.7% ซึ่งไม่ได้น้อย เมื่อเทียบกับช่วงที่ Flow ต่างชาติซื้อสุทธิดังในปี 2559 และ 2565 ที่มีระดับ MEYG อยู่ราว 4.1-4.7%


สำหรับกลยุทธ์การลงทุน โฟกัสหุ้นที่กำไรปี 2569 มีโอกาสโต และปันผลสูงกว่า 3% โดยมีหุ้นเด่นที่น่าสนใจในหลายกลุ่ม ดังนี้

กลุ่มอสังหาฯ

  • SC “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 75 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 8.05%

  • AP “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 00 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 5.92%


กลุ่มอาหารและส่งออก

  • ITC “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 90 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 4.94%

  • CBG “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 00 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 3.89%


กลุ่มพาณิชย์และบริการ

  • COM7 “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 50 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 4.28%

  • CPALL “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 50 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 3.18%

  • BDMS “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 00 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 4.15%


กลุ่มพลังงาน/นิคม

  • GUNKUL “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 50 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 5.60%

  • BCPG “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 80 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 3.38%

  • OR “ซื้อมูลค่าพื้นฐาน 50 บาท, Div Yield ปี 2569 อยู่ที่ 4.22%

Most Viewed
Fun of Funds
“ES-GTECHSSF” คัดเน้นๆ “หุ้นเทคฯ โลก”... พร้อมโตตาม “โลกยุคดิจิทัล” สร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว!!!
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ อีก 17 ชั่วโมง
Where to put your money
“การบริหารเงินสด”...หัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ “อย่างยั่งยืน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 6 ก.ย. 69...ที่เว็บไซต์ “ก.ล.ต.” !!!
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“Gold Fund” ปีนี้ ทรงตัวตาม “ทองโลก” ติดลบเฉลี่ย -0.72%... ส่วน “Silver Fund” บวกเล็กน้อยเฉลี่ย +2.03% เป้า “ทองคำ” ปีนี้ 4,600 – 6,300 ดอลล์ ส่วน “Silver” 70 – 85 ดอลล์ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us