MGC ปังไม่หยุด! ตั้งเป้าปี 2569 โตต่อ 25% หลังผลงานปี 68 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ คาดตลาดรถยนต์ไฟฟ้าบูมถึงขั้นไม่พอขาย
MGC เผยผลประกอบการปี 2568 ทำ New High กำไรพุ่ง 1,284 ล้านบาท รับอานิสงส์กลยุทธ์ Ecosystem และตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโตแกร่ง พร้อมตั้งเป้าปี 2569 เติบโตไม่ต่ำกว่า 25%
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC เปิดเผยถึงความสำเร็จในการดำเนินงานปี 2568 ว่าเป็นปีที่บริษัทสามารถสร้าง สถิติใหม่ (New High Record) โดยมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 1,284 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานจริง (Core Profit) อยู่ที่ 683 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 369% โดยบริษัทมีรายได้รวม 22,477 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% และยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้นประมาณ 34% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากการวางรากฐานทางธุรกิจแบบ Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้บริษัทสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การขายรถยนต์ใหม่ รถยนต์มือสอง การบริการหลังการขาย ไปจนถึงบริการทางการเงิน ประกันภัย และอุปกรณ์ตกแต่ง นอกจากนี้บริษัทยังมีการปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้าโดยเน้นกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin) ทำให้กำไรขั้นต้น (GP) เติบโตขึ้นถึง 52% และมีอัตรากำไรขั้นต้นขยับจาก 9.5% เป็น 13%
ดร.สัณหวุฒิ ระบุว่าบริษัทได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการข้อมูล และควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียง 26% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการเติบโตของกำไร ทำให้สามารถสร้าง Economy of Scale และผลักดันให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เพิ่มขึ้นจาก 0.7% เป็น 5.7%
สำหรับโครงสร้างรายได้ของ MGC ในปีที่ผ่านมามีความโดดเด่นในหลายส่วน
- กลุ่ม Mobility: มียอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 11,814 คัน รายได้เติบโต 14.5% ครอบคลุมทั้งรถใหม่ รถใช้แล้ว และธุรกิจเรือ
- กลุ่ม Aftersales: ยังคงเป็นฐานรายได้และกำไรที่มั่นคง (Recurring Income) แม้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจหรือสถานการณ์โลกที่ผันผวน
- กลุ่ม Car Rental: เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการเป็นผู้นำในการนำ รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (Premium EV) มาให้บริการเช่า
- กลุ่ม Financial: แม้จะมีสัดส่วนน้อยที่สุดในปัจจุบัน แต่เป็นส่วนเสริมที่สำคัญในระบบ Ecosystem
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ดร.สัณหวุฒิ ให้ข้อมูลว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา สัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 35% หรือกว่า 4,000 คัน และในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ยังคงเห็นการเติบโตต่อเนื่องที่ 35% โดยคาดการณ์ว่าปัจจัยเรื่องค่าครองชีพและราคาน้ำมันจะเป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะรถไม่พอขายในอนาคต ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของผลประกอบการรวมในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 25%
ในด้านความมั่นคงทางการเงิน MGC สามารถลดสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ลงจาก 2.8 เท่า เหลือ 2.1 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.7 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพในการขยายธุรกิจต่อยอด โดยในปีนี้บริษัทมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 15.3% และกำไรต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้นเป็น 0.61 บาท จากเดิม 0.13 บาท
นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลประมาณ 40% ของกำไร และอีก 60% จะนำไปใช้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) ที่ผ่านมา เป็นไปเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทกำลังพิจารณาแนวทางในอนาคต ทั้งการลดทุนหรือการจำหน่ายหุ้นคืนให้กับนักลงทุนสถาบันและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้นในระยะยาว
