Official Update :

ตลท. ชี้หุ้นไทยยัง “ยืดหยุ่น“ พร้อมรับมือศึกตะวันออกกลาง เชื่อ Circuit Breaker คุมเสถียรภาพอยู่ ต่างชาติยังมอง SET เป็น Safe Haven

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เผยตลาดหุ้นไทยเดือนมีนาคมเผชิญความเสี่ยงจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน แต่ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ จากมาตรการดูแลเสถียรภาพอย่าง Circuit Breaker และเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยที่ยังช่วยหนุนให้ตลาดถูกมองเป็น safe haven สำหรับเงินทุนต่างชาติ ขณะที่เดือนกุมภาพันธ์ SET Index พุ่งแรงจาก Fund Flow ต่างชาติ หลังมีความชัดเจนทางการเมืองและตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาด


ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการและหัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า สถานการณ์ตลาดหุ้นในเดือนมีนาคมเผชิญความเสี่ยงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งถูกมองว่าแตกต่างจากกรณีสหรัฐฯ–เวเนซุเอลาในอดีต เนื่องจากยังไม่มีผู้ที่จะขึ้นมารับช่วงต่อทางการเมืองอย่างชัดเจน ทำให้ความขัดแย้งมีโอกาสยืดเยื้อและสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก


ผลกระทบที่อาจส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยมี 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

  1. ราคาน้ำมัน จากความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือการลดกำลังการผลิต

  2. เงินเฟ้อโลก ที่อาจเพิ่มขึ้นและกระทบต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

  3. การขนส่งและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของเที่ยวบิน


อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดหุ้นไทยจะยังไปต่อได้ เพราะเคยผ่าน
“Black Swan” หรือเหตุการณ์ที่สร้างความผันผวนในระยะสั้นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิกฤต COVID-19, มาตรการภาษีการค้า หรือภัยธรรมชาติ


โดยรวมประเมินว่า มาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น Circuit Breaker ถูกใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดในช่วงที่ผ่านมา ยังเพียงพอในการรองรับสถานการณ์ โดยหลังมีการใช้มาตรการ Circuit Breaker ในวันพุธที่ผ่านมา ตลาดมีท่าทีสงบลง ซึ่งช่วยให้ตลาดกลับมาซื้อขายได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังไม่คาดว่าความรุนแรงในสถานการณ์ครั้งนี้จะเทียบเท่ากับช่วง COVID-19 แม้จะยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป


อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยพยุงตลาดทุนไทย คือเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ที่ทำให้ประเทศไทยยังถูกมองเป็นตลาดที่มีลักษณะ safe haven อีกทั้งตลาดหุ้นไทยไม่มีความเสี่ยงจาก AI bubble และไม่ได้มีข้อจำกัดต่อการลงทุนต่างชาติ จึงยังสามารถรองรับกระแสเงินทุนต่างประเทศ (Fund Flow) ได้


ด้านผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น มองว่าผลกระทบต่อไทยอาจจำกัด เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางราว 50% ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งมาจากแหล่งอื่น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบต่อ บริษัทจดทะเบียนที่มีต้นทุนพลังงานสูง และทิศทางค่าเงินบาท ซึ่งอาจผันผวนตามสถานการณ์ตลาดการเงินโลก


สำหรับภาวะตลาดหุ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา SET Index ปิดที่ 1,528.26 จุด เพิ่มขึ้น 15.3% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 21.3% จากต้นปี โดยแรงหนุนสำคัญมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้า หลังผลการเลือกตั้งในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองปรับดีขึ้น ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด


อีกปัจจัยสนับสนุนมาจากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่ชี้ว่าการใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้างเกินขอบเขตอำนาจประธานาธิบดี ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องหันมาใช้อำนาจตาม Trade Act of 1974 มาตรา 122 เรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกที่ 10% ก่อนปรับเป็น 15% ซึ่งยังต่ำกว่าระดับภายใต้ IEEPA และถือเป็นปัจจัยบวกต่อภาคส่งออกของไทย


ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีหุ้นขนาดใหญ่ใน MSCI Thailand Index เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ทำให้นักลงทุนบางส่วนปรับพอร์ตเข้าสู่โหมด Risk-Off ลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและโยกเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ตลาดมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้น แม้ในอดีต SET Index มักฟื้นตัวได้รวดเร็วหลังเหตุการณ์ความไม่แน่นอน


ตัวเลขสำคัญตลาดหุ้นไทย

  • มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน SET และ mai เดือนก.พ. อยู่ที่ 72,999 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.3% YoY

  • ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 59,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% YoY

  • ต่างชาติซื้อสุทธิเดือนก.พ. 54,560 ล้านบาท และซื้อสุทธิรวมตั้งแต่ต้นปี 58,905 ล้านบาท

  • สัดส่วนมูลค่าการซื้อขาย: ต่างชาติ 51.74%, รายย่อย 32.79%, สถาบันในประเทศ 8.79%, บริษัทหลักทรัพย์ 6.68%

  • กลุ่มที่ปรับตัวดีกว่าตลาดตั้งแต่ต้นปี: เทคโนโลยี และทรัพยากร


Valuation ตลาดหุ้นไทย

  • Forward P/E อยู่ที่ 16.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย 1 เท่า

  • Historical P/E อยู่ที่ 17.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย 6 เท่า

  • Dividend Yield อยู่ที่ 3.68% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย 67%


ตลาดอนุพันธ์
(TFEX)

เดือนกุมภาพันธ์มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 668,476 สัญญาต่อวัน เพิ่มขึ้น 47.1% จากเดือนก่อน จากการเพิ่มขึ้นของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures ขณะที่ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 561,465 สัญญา เพิ่มขึ้น 34.9% YoY