ปิโตรฯ คึก สเปรดพุ่งหนุน IVL นำทีมบวกแรง 11.94% PTTGC เด่นสุด รับต้นทุนก๊าซต่ำ โบรกฯ แนะเก็งกำไรคู่ ชี้ได้เปรียบฟีดสต็อก
หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีในสัปดาห์นี้ได้รับปัจจัยหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับเพิ่มขึ้นจากภาวะอุปทานตึงตัว โดยราคาหุ้นในกลุ่มฯ ปรับตัวขึ้นคึกคัก นำโดย IVL ราคาปิดภาคเช้าที่ 22.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.40 บาท หรือ +11.94% จากวันก่อนหน้า
PTTGC ปิดตลาดภาคเช้าที่ 31.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท หรือ +9.57% จากวันก่อนหน้า
SCC ปิดตลาดภาคเช้าที่ 186 บาท เพิ่มขึ้น 11 บาท หรือ +6.29% จากวันก่อนหน้า
SPRC ปิดตลาดภาคเช้าที่ 7.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือ +6.47% จากวันก่อนหน้า
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเด่น (HDPE/PP +20% และ PET +40%) แรงหนุนหลัก คือ ภาวะอุปทานตึงตัวตัวขึ้นจากโรงผลิตบางส่วนลดการผลิต/หยุดผลิต โดยส่วนต่างผลิตภัณฑ์ HDPE-Naphtha เร่งขึ้นส่งผลบวกโดยตรงต่อผลประกอบการและจิตวิทยาการลงทุนในหุ้นปิโตรเคมี (PTTGC, IRPC และ SCC)
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบันผู้ประกอบการที่ใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบหลักและใช้วัตถุดิบจากตะวันออกกลางในสัดส่วนต่ำ (PTTGC) จะเป็นคนได้ประโยชน์มากสุด เนื่องจากก๊าซมี lag time ปรับขึ้นราคาจากราคาน้ำมันราว 3-6 เดือน และส่วนใหญ่เป็นก๊าซจากอ่าวไทยและพม่าจึงมีความเสี่ยงขาดแคลนวัตถุดิบจำกัด
ส่วน SCC และ IRPC ใช้นาฟทา (Naphtha) เป็นวัตถุดิบราคาจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบทันทีและส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากตะวันออกกลางทำให้มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนวัตถุดิบ ส่งผลให้ได้ประโยชน์จากการพุ่งขึ้นของส่วนต่างผลิตภัณฑ์จำกัด ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์เน้นเก็งกำไร PTTGC และ IVL ที่มีความได้เปรียบ feedstock เช่นกัน
