Official Update :

DRT กางแผนปี 69-71 สู่ One-Stop Solution ปักธงรายได้โตเฉลี่ยปีละ 2-5% มุ่งบริหาร Cash Flow จ่ายปันผล 8% ต่อเนื่อง

DRT เปิดยุทธศาสตร์ระยะยาว ยกระดับจากผู้ผลิตสู่บริการครบวงจร One-Stop Solution ปักหมุดปี 2569 งดงบลงทุนก้อนโต หลังกำลังผลิตอิฐมวลเบายังล้นรองรับดีมานด์ได้อีก 5 ปี เดินหน้าบริหาร Cash Flow มุ่งเน้นรักษาระดับการจ่ายปันผล Yield สูง 8% ต่อเนื่อง พร้อมกางแผนรับมือวิกฤตพลังงาน รุกตลาดหลังคาโซลาร์เต็มสูบ


คุณสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจในโอกาสก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 โดยมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งผ่านโมเดลธุรกิจใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานในระดับโลก


โดยคุณสาธิตระบุว่า บริษัทฯ กำลังเพิ่มศักยภาพธุรกิจโดยยกระดับจากการเป็นเพียงผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง สู่การเป็นผู้ให้บริการที่ครบวงจร หรือ “Fully Integrated One-Stop Solution Provider” ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ตัวสินค้า การจัดส่ง การติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างเบ็ดเสร็จในที่เดียว โดยวางเป้าหมายรายได้ในช่วงปี 2569 – 2571 ให้เติบโตเฉลี่ยปีละ (CAGR) 2-5% เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน


สำหรับยุทธศาสตร์ด้านการเงินและการลงทุนนั้น ในปี 2569 บริษัทฯ จะไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการลงทุนในโรงงานอิฐมวลเบาแห่งที่ 2 ไปแล้ว ซึ่งประเมินว่ากำลังการผลิตในปัจจุบันมีความเพียงพอที่จะรองรับความต้องการของตลาดได้ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า


การงดลงทุนใหญ่ในปี 2569 จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาสภาพคล่องและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด เพื่อให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio) ไว้ในระดับสูงที่ประมาณ 86% หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Yield) ประมาณ 8% ซึ่งเป็นการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้กับผู้ถือหุ้น


ในด้านการบริหารจัดการต้นทุนและความยั่งยืน บริษัทฯ ประสบความสำเร็จจากการนำเทคโนโลยี Wave มาใช้ในกระบวนการผลิตอิฐมวลเบาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดการใช้ทรายได้หลักแสนตันและลดการใช้พลังงานได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน คุณสาธิตยังได้วางแนวทางการรับมือวิกฤตพลังงาน โดยมองว่าเป็นโอกาสในการรุกตลาดหลังคาโซลาร์ ทั้งในกลุ่มโครงการบ้านใหม่และบ้านเก่า ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ


นอกจากนี้ DRT ยังมีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุนจากการซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนในราคาที่ถูกกว่าปกติ และมีสัญญาซื้อก๊าซในราคาต้นทุนเดิม ซึ่งเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2569 เป็นต้นไป