NVIDIA หมดเสน่ห์จริงหรือ? หลังงบแกร่ง แต่หุ้นร่วง เจาะ 3 ปัจจัยกดดันราคาระยะสั้น พร้อมเหตุผล “ถือยาว” ยังน่าสนใจ

Nvidia ประกาศงบแข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้นกลับปรับลง

ผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2026 (ประกาศวันที่ 26 กุมภาพันธ์) ของ Nvidia ออกมา แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีรายได้ถึง 68.13 พันล้านดอลลาร์ และยังประเมินรายได้ไตรมาสถัดไปสูงถึง 78 พันล้านดอลลาร์


นอกจากนี้ บริษัทยังมีพัฒนาการเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ โดย Jensen Huang เปิดเผยในงาน GTC 2026 ว่า Nvidia จะกลับมาผลิตชิป AI สำหรับตลาดจีนอีกครั้งและคาดว่าคำสั่งซื้อชิปตระกูล Blackwell และ Vera Rubin จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 สะท้อนถึงความต้องการด้าน AI ระดับโลกที่ยังแข็งแกร่งมากในระยะยาว


โดยปกติแล้ว ตัวเลขและแนวโน้มที่ดีเช่นนี้ควรเป็นแรงหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น แต่หุ้น Nvidia กลับปรับตัวลงประมาณ 5–6% หลังประกาศงบ จึงเกิดคำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนว่า “Nvidia หมดความน่าสนใจไปแล้วหรือ?“


ทั้งนี้ คำตอบสั้นๆ จากนักวิเคราะห์มากมายคือ “ยังน่าสนใจอยู่” แต่ตลาดเริ่มตั้งความคาดหวังไว้สูงมากขึ้น


ทำไมหุ้นถึงลง ทั้งที่ผลประกอบการดี?

การปรับตัวลงครั้งนี้ ไม่ได้มาจากพื้นฐานที่อ่อนแอ แต่เป็นผลจากหลายปัจจัย โดยเหตุผลที่นักวิเคราะห์มากมายประเมินไว้ได้แก่ 


1.แรงขายทำกำไรหลังข่าวดี (sell-the-news)

หลังจากที่หุ้นปรับตัวขึ้นแรงจากกระแส AI ก่อนหน้านี้


การที่ราคาหุ้น Nvidia ปรับลงจึงเข้าข้ายกรณี “sell-the-news” คือนักลงทุนจำนวนมากเลือกขายทำกำไรทันทีหลังประกาศงบ ซึ่งเป็นแรงกดดันระยะสั้น มากกว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานธุรกิจ


2.ความกังวลเรื่องการเติบโตของ AI ในระยะถัดไป โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

J.P. Morgan ชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของการเติบโตในธุรกิจ Data Center ในปี 2027 เพราะแม้ปัจจุบัน บริษัทเทคขนาดใหญ่ หรือ Hyperscalers จะลงทุนด้าน AI หนักมาก แต่ก็มีคำถามว่า การลงทุนจะถึงจุดสูงสุดเมื่อไร


ขณะเดียวกัน นักลงทุนมากมายเริ่มกังวลเรื่องความยั่งยืนของการใช้จ่ายด้าน AI ของบริษัทในระยะยาว รวมถึงความสามารถของ Nvidia ในการรักษาความเป็นผู้นำในช่วงการใช้งาน AI จริง (Inference)


3.การโยกย้ายเงินลงทุนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector rotation) และนโยบายการจัดสรรเงินทุน

Goldman Sachs ชี้ว่ามีการโยกเงินลงทุนจาก หุ้น Semiconductor ไปยัง Software มากขึ้น นอกจากนี้ Nvidia ยังไม่ได้เน้นนโยบายการซื้อหุ้นคืน (Buyback) หรือการจ่ายเงินปันผล (Dividend) อย่างชัดเจน ซึ่งสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ นักลงทุนบางส่วนเริ่มคาดหวังการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการเติบโต


โดยสรุปแล้ว การปรับตัวลงครั้งนี้สะท้อนถึงแรงกดดันระยะสั้นและความคาดหวังของตลาด มากกว่าปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไป


แล้ว
Nvidia ยังน่าสนใจในระยะยาวหรือไม่?

แม้ราคาหุ้นจะผันผวนในระยะสั้น แต่มุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบวกอย่างชัดเจน โดยหลายสถาบันยืนยันมุมมองเชิงบวกหลังงบออก

  • Goldman Sachs แนะนำ “Buy” และให้ราคาเป้าหมาย $250

  • KeyBanc Capital Markets แนะนำ “Overweight” และให้ราคาเป้าหมาย $275

  • Cantor Fitzgerald แนะนำ “Overweight” และให้ราคาเป้าหมาย $300

  • Stifel แนะนำ “Buy” และให้ราคาเป้าหมาย $250


ซึ่งราคาเป้าหมายเหล่านี้ คิดเป็น
Upside ประมาณ 35–45% จากระดับราว $185 หลังการปรับตัวลงของราคาหุ้น 


ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างการเติบโตของ AI ยังแข็งแกร่ง โดยนักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่

  • การเริ่มใช้งาน Blackwell GPU ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนรอบใหม่

  • การลงทุน Data Center ด้าน AI ที่ยังขยายตัวทั่วโลก

  • ความเป็นผู้นำของ Nvidia ทั้งในช่วงการฝึกสอนโมเดล (Training) และช่วงเริ่มต้นของการนำไปใช้งานจริง (Inference)


นอกจากนี้ แม้ค่า
P/E ปัจจุบันของ Nvidia จะดูสูงที่ราว 45 เท่า แต่เมื่อพิจารณาในเชิงอนาคตตามมุมมองของ Goldman Sachs แล้ว Forward P/E มีแนวโน้มลดลงต่ำกว่า 25 เท่าในปี 2027 ขณะที่ PEG ratio อยู่ที่ประมาณ 0.8 ซึ่งถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโต จึงสะท้อนว่าแม้หุ้นจะดูแพงในระยะสั้น แต่ในระยะยาวยังมีความสมเหตุสมผลตามศักยภาพการเติบโต


และที่สำคัญที่สุด ยังไม่มีสถาบันหลักแนะนำให้ขายหรือย้ายออกจาก Nvidia โดยหลายสำนักมองว่าการปรับฐานคือโอกาสเข้าซื้อที่ดี เพราะ Nvidia ยังเป็นผู้นำโครงสร้าง AI ระยะยาว


สรุป

การปรับตัวลงของหุ้น Nvidia ครั้งนี้สะท้อนแรงกดดันระยะสั้นและความคาดหวังของตลาด มากกว่าปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไป โดยแม้จะมีแรงขายทำกำไรและความกังวลต่อการเติบโตในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการบริษัทยังแข็งแกร่ง, มุมมองโบรกเกอร์ยังเป็นบวก และ Valuation มีแนวโน้มน่าสนใจมากขึ้น


ดังนั้น Nvidia จึงไม่ได้หมดความน่าสนใจ แต่กำลังเผชิญความคาดหวังที่สูงขึ้น โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาว และมองว่าการปรับฐานอาจเป็นโอกาสมากกว่าสัญญาณลบ

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us