โพยหุ้นน่าสะสม รับเงินบาทอ่อนค่ายืนเหนือ 33 บาท
ประเด็นล่าสุดเงินบาทอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 1 เดือน ยืนเหนือ 33 บาท ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลบวกต่อหุ้นส่งออกเป็นอย่างมาก แล้วหุ้นไหนจะได้รับผลบวก และนักลงทุนควรทำอย่างไร โพยหุ้นวันนี้รวบรวมมาฝากแล้ว ผ่านบทความนี้เลย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า เงินบาทอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 1 เดือน ยืนเหนือ 33 บาท บวกต่อหุ้นส่งออก MCS VNG, KCE TU โดยทิศทางค่าเงินบาทล่าสุดอ่อนค่าเกินระดับ 33 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 33.19 บาท/ดอลลาร์ (สูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือน) และ ASPS ประเมินว่าค่าเงินบาทจะแนวโน้มอ่อนค่าต่อไป จากมุมมองทางด้านเทคนิค และทางปัจจัยพื้นฐาน
มุมมองด้านเทคนิค: เงินบาทอ่อนค่า Breakout แนวต้าน 33 บาท/ดอลลาร์ ส่งผลให้มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้าน High เดิมที่บริเวณ 33.50 บาทดอลลาร์
มุมมองด้านปัจจัยพื้นฐาน: ในระยะสั้น เงินบาทอ่อนค่าจากแรงกดดันของ Dollar Index ที่แข็งค่า หลัง สหรัฐรายงานยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. 2564 เพิ่มขึ้น 0.7%จากเดือนก่อน ดีกว่าตลาดคาดไว้ -0.8%จากเดือนก่อน ส่วนในระยะกลาง-ยาว เงินบาทถูกกดดันจากทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก
เช่น สหรัฐ, ยุโรป ที่ลดระดับการผ่อนคลายนโยบายลง สะท้อนจากการส่งสัญญาณลด QE และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งสวนทางกับไทยที่ ASPS ประเมินยังคงอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ 0.5% ต่อไปอีกอย่างน้อย กลางปี 2565 และยังมีโอกาสปรับลงด้วย ส่งผลให้ค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักมีแนวโน้มแข็งค่า กดดันเงินบาทอ่อนค่า
ทางด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าไว เป็นแรงหนุนต่อกลุ่มส่งออกที่กำไรเด่นอย่าง KCE โดยคาดไตรมาส 3/64 เป็น High season คาดกำไรปกติที่ 690 ล้านบาท เติบโต 176% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 12%จากไตรมาสก่อน โดยมองกำไรทั้งปี 2.4 พันล้านบาท เติบโต 114% จากปีก่อน จากยอดขายโตกว่า 26% และอัตรากำไรที่สูงขึ้น แนะนำซื้อ รับภาพ bullish ของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ แนวต้าน 84.25/85.0 บาท แนวรับ 82.0/80.75 บาท
ถัดมา HANA เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าแรง ซึ่งประเมิน HANA จะรายงานกำไรปกติ ไตรมาส 3/64 ที่ 604 ล้านบาท เติบโต 65%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 21%จากไตรมาสก่อน โดยการ จากช่วงเดียวกันของปีก่อนของยอดขายและมาร์จิ้นเกิดจากโรงงานลำพูน จีนและสหรัฐ ขณะที่กำไรสุทธิปี 64 คาด 2,358 ล้านบาท เติบโต24%จากปีก่อนแนะนำซื้อ รับภาพ bullish ของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 79/80.25 บาท แนวรับ 77/76 บาท
และสุดท้าย TU ได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าแรง ผสานคาดกำไร ปีนี้เติบโต 18% และเติบโตอีก3% ในปี 65 จากยอดขายอาหารแช่แข็งฟื้นตัว รวมทั้ง กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตดี และส่วนแบ่งขาดทุน Red lobster ลดลง แนะนำซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 23.8 บาท

