คัด 4 หุ้นร่วงแรง ลุ้นรีบาวน์ หากตะวันออกกลางคลี่คลาย
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นจากการโจมตีแหล่งพลังงานทั้งคลังน้ำมันและก๊าซฯ ยังเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดเงินและตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ดังกล่าวฉุดให้ราคาหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่หลายบริษัทปรับตัวลดลงตามแรงขายลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตยังมีโอกาสสำหรับนักลงทุนที่รอจังหวะสะสมหุ้นที่ราคาปรับลงมามาก และมีโอกาสฟื้นตัวในระยะถัดไป
โดย บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ได้คัดเลือก 4 หุ้นเด่นที่มีโอกาสดีดตัวกลับได้แรง หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ได้แก่ CBG, BGRIM, ERW และ BDMS โดยเน้นย้ำกลยุทธ์ว่า ควรเริ่มเข้าสะสมเมื่อมีสัญญาณชัดเจนว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่ทิศทางที่ดีขึ้นเท่านั้น
หากนับจากวันที่สหรัฐฯ และอิสลาเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 ก.พ. 69 ถึงวันที่ 19 มี.ค. 69 ราคาหุ้นของทั้ง 4 ตัวปรับลงอย่างมาก โดยข้อมูลจาก setsmart ระบุว่า
CBG ราคาหุ้นปรับลงไปแล้ว 22.53% มาอยู่ที่ 35.25 บาท
BGRIM ราคาหุ้นปรับลงไปแล้ว 30.72% มาอยู่ที่ 10.60 บาท
ERW ราคาหุ้นปรับลงไปแล้ว 25.63% มาอยู่ที่ 2.38 บาท
BDMS ราคาหุ้นปรับลงไปแล้ว 15.21% มาอยู่ที่ 18.40 บาท
ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ CBG บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 3,097 ล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้รวมขยายตัว 12% โดยคาดรายได้ domestic branded own เติบโตต่อเนื่อง, distribution business เติบโต, รายได้ต่างประเทศทรงตัว จากรายได้ CLMV ที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะกัมพูชา และ 2) GPM ลดลงจากสัดส่วนรายได้ distribution business ที่ low margin ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ยังไม่ได้รวมรายได้จีนและ OEM Factory ในอัฟกานิสถานในประมาณการ อย่างไรก็ตาม Valuation น่าสนใจ ราคายังไม่ได้สะท้อนการฟื้นตัวในปีนี้ ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 50 บาท
สำหรับ BGRIM บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า ราคาหุ้นเกิดแรง Panic sell มากเกินกว่าผลกระทบที่มี เพราะราคาหุ้นเดิมไม่ได้ถูกซื้อขายที่ราคาแพงอยู่แล้ว ขณะที่มีโครงการด้านพลังงานทดแทนใหม่ๆ ที่ไม่ได้รับกระทบ รวมถึงโครงการ Data center จึงมองว่าเป็นโอกาสลงทุน คาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 2,377 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท
ส่วน ERW บล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดการณ์กำไรปกติปี 2569 ที่ 1,000 ล้านบาท เติบโต 19% จากปีก่อน ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ขณะที่รายได้คาดที่ 8,538 ล้านบาท เติบโต 8% จากปีก่อน จาก ADR และ Occ. Rate ที่ปรับตัวดีขึ้น ควบคู่การขยาย Budget hotel (Hop Inn) 8 แห่ง ในไทยและไปสู่ภูมิภาคใหม่ๆ ได้แก่ เกาหลี 1 แห่ง หนุนการเติบโตรายได้ และยกระดับ Multiple ที่สูงขึ้นในอนาคต ประเมินมูลค่าพื้นฐานสิ้นปีนี้ที่ 3.30 บาท และให้คำแนะนำ “ซื้อ”
สุดท้ายปัจจัยพื้นฐานของ BDMS บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระยะสั้นอาจมี sentiment ลบจากประเด็นสงครามในตะวันออกกลาง แต่คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในไตรมาส 2/69 และภาพรวมทั้งปี 2569 คาดกำไรปกติที่ 16,929 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าพื้นฐานปีนี้ที่ 25.60 บาท
สถานการณ์ดังกล่าวฉุดให้ราคาหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่หลายบริษัทปรับตัวลดลงตามแรงขายลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตยังมีโอกาสสำหรับนักลงทุนที่รอจังหวะสะสมหุ้นที่ราคาปรับลงมามาก และมีโอกาสฟื้นตัวในระยะถัดไป
โดย บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ได้คัดเลือก 4 หุ้นเด่นที่มีโอกาสดีดตัวกลับได้แรง หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ได้แก่ CBG, BGRIM, ERW และ BDMS โดยเน้นย้ำกลยุทธ์ว่า ควรเริ่มเข้าสะสมเมื่อมีสัญญาณชัดเจนว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่ทิศทางที่ดีขึ้นเท่านั้น
หากนับจากวันที่สหรัฐฯ และอิสลาเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 ก.พ. 69 ถึงวันที่ 19 มี.ค. 69 ราคาหุ้นของทั้ง 4 ตัวปรับลงอย่างมาก โดยข้อมูลจาก setsmart ระบุว่า
CBG ราคาหุ้นปรับลงไปแล้ว 22.53% มาอยู่ที่ 35.25 บาท
BGRIM ราคาหุ้นปรับลงไปแล้ว 30.72% มาอยู่ที่ 10.60 บาท
ERW ราคาหุ้นปรับลงไปแล้ว 25.63% มาอยู่ที่ 2.38 บาท
BDMS ราคาหุ้นปรับลงไปแล้ว 15.21% มาอยู่ที่ 18.40 บาท
ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ CBG บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 3,097 ล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้รวมขยายตัว 12% โดยคาดรายได้ domestic branded own เติบโตต่อเนื่อง, distribution business เติบโต, รายได้ต่างประเทศทรงตัว จากรายได้ CLMV ที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะกัมพูชา และ 2) GPM ลดลงจากสัดส่วนรายได้ distribution business ที่ low margin ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ยังไม่ได้รวมรายได้จีนและ OEM Factory ในอัฟกานิสถานในประมาณการ อย่างไรก็ตาม Valuation น่าสนใจ ราคายังไม่ได้สะท้อนการฟื้นตัวในปีนี้ ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 50 บาท
สำหรับ BGRIM บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า ราคาหุ้นเกิดแรง Panic sell มากเกินกว่าผลกระทบที่มี เพราะราคาหุ้นเดิมไม่ได้ถูกซื้อขายที่ราคาแพงอยู่แล้ว ขณะที่มีโครงการด้านพลังงานทดแทนใหม่ๆ ที่ไม่ได้รับกระทบ รวมถึงโครงการ Data center จึงมองว่าเป็นโอกาสลงทุน คาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 2,377 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท
ส่วน ERW บล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดการณ์กำไรปกติปี 2569 ที่ 1,000 ล้านบาท เติบโต 19% จากปีก่อน ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ขณะที่รายได้คาดที่ 8,538 ล้านบาท เติบโต 8% จากปีก่อน จาก ADR และ Occ. Rate ที่ปรับตัวดีขึ้น ควบคู่การขยาย Budget hotel (Hop Inn) 8 แห่ง ในไทยและไปสู่ภูมิภาคใหม่ๆ ได้แก่ เกาหลี 1 แห่ง หนุนการเติบโตรายได้ และยกระดับ Multiple ที่สูงขึ้นในอนาคต ประเมินมูลค่าพื้นฐานสิ้นปีนี้ที่ 3.30 บาท และให้คำแนะนำ “ซื้อ”
สุดท้ายปัจจัยพื้นฐานของ BDMS บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระยะสั้นอาจมี sentiment ลบจากประเด็นสงครามในตะวันออกกลาง แต่คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในไตรมาส 2/69 และภาพรวมทั้งปี 2569 คาดกำไรปกติที่ 16,929 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าพื้นฐานปีนี้ที่ 25.60 บาท

Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 18 ชั่วโมง
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
