“สุกี้ตี๋น้อย” ยันธุรกิจยังแกร่ง ปักธงรายได้ปี 69 โตสู่ 1.3 หมื่นลบ. ลุยขยาย 60 สาขา-เปิดตัว “Teenoi Plus” แย้มพิจารณาแผนเข้าตลาดภายในปี 70
เมื่อการยอมเฉือนกำไรในระยะสั้น คือการวางรากฐานสู่ชัยชนะที่ยั่งยืน นี่คือบทสรุปของปรากฏการณ์ “สุกี้ตี๋น้อย” ภายใต้การนำของ คุณนัทธมน พิศาลกิจวนิช CEO หญิงผู้สร้างตำนาน New S-Curve ให้กับอุตสาหกรรมร้านอาหารไทย แม้ตัวเลขกำไรสุทธิในปี 2568 จะมีการย่อตัวลง 26% แต่นี่ไม่ใช่สัญญาณของการถดถอย หากแต่คือการลงทุนเชิงรุกเพื่อสถาปนาความเป็น Brand Loyalty ในใจผู้บริโภคอย่างเบ็ดเสร็จ
นางสาวนัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด หรือ “สุกี้ตี๋น้อย” เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 โดยระบุว่า บริษัทมียอดขายเติบโต 31% เป็น 9,147 ล้านบาท จากปี 2567 ที่ทำได้ 7,028 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในปี 2568 ปรับตัวลดลง 26% เหลือ 864 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 1,169 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยหลักที่กดดันผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 มาจากการดำเนินกลยุทธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1. การจัดโปรโมชั่นฟรีรีฟิลเครื่องดื่มตลอดทั้งเดือนธันวาคม 2568 (ใช้งบประมาณราว 240 ล้านบาท)
2. การจัดโปรโมชั่นฟรีหมูกรอบ, เป็ดย่าง, กุ้งแก้ว (ใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท)
3. การใช้งบประมาณในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยราว 20 ล้านบาท
นางสาวนัทธมนระบุว่า แม้กำไรจะลดลงในไตรมาสดังกล่าว แต่มองเป็นปัจจัยบวกสำหรับบริษัทฯ นื่องจากเป็นการลงทุนเพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำในระยะยาว สะท้อนผ่านจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการในปี 2568 ที่เพิ่มขึ้น 9.1 ล้านคน หรือ +34% เป็น 36.04 ล้านคน และต่อเนื่องมายังไตรมาส 1/2569 ที่มีจำนวนลูกค้า 10.28 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัท ตั้งเป้ารายได้เติบโต 42% หรือแตะระดับ 13,000 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายสาขากว่า 60 แห่งทั่วประเทศแบ่งเป็น
- Suki Teenoi, Suki Teenoi Plus+ จำนวน 40 สาขา
- Teenoi BBQ จำนวน 2 สาขา
- Teenoi Gold จำนวน 9 สาขา
- New Brand จำนวน 9 สาขา
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุม 35 จังหวัด และมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 22 จังหวัด โดยคาดว่าสิ้นปี 2569 บริษัทจะมีสาขารวมทั้งสิ้น 133 สาขา ครอบคลุม 57 จังหวัด เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ภายใต้งบลงทุน 1,200 – 1,500 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัททั้งหมดโดยไม่มีการกู้ยืม
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการเปิดตัวโมเดลใหม่ “Teenoi Plus” ในราคา 299 บาท** ซึ่งมีความพิเศษกว่าปกติ อาทิ น้ำซุปหม้อ 3 ช่อง (ซุปกระดูกหมูคอลลาเจนและซุปหมาล่าสูตรพิเศษจากเชฟฮ่องกง) บาร์น้ำจิ้ม DIY พร้อมน้ำจิ้มงาหมาล่า บริการ Soft Serve พร้อมท็อปปิ้ง รวมถึงเมนูพรีเมียมอย่างซูชิวากิว และซุปเห็ดทรัฟเฟิล
ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกระทบต้นทุน นางสาวนัทธมนยืนยันว่า “ยังไม่คิดขึ้นราคา” โดยบริษัทได้บริหารจัดการต้นทุนผ่านการล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า 6-12 เดือน และกำลังก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า (DC) ในภาคอีสาน เพื่อลดค่าขนส่ง พร้อมทิ้งท้ายว่าสถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง เห็นได้จากการจ่ายโบนัสปี 2568 รวม 77 ล้านบาท นอกจากนี้ คาดว่าจะพิจารณาแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ภายในปี 2570
นางสาวนัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด หรือ “สุกี้ตี๋น้อย” เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 โดยระบุว่า บริษัทมียอดขายเติบโต 31% เป็น 9,147 ล้านบาท จากปี 2567 ที่ทำได้ 7,028 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในปี 2568 ปรับตัวลดลง 26% เหลือ 864 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 1,169 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยหลักที่กดดันผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 มาจากการดำเนินกลยุทธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1. การจัดโปรโมชั่นฟรีรีฟิลเครื่องดื่มตลอดทั้งเดือนธันวาคม 2568 (ใช้งบประมาณราว 240 ล้านบาท)
2. การจัดโปรโมชั่นฟรีหมูกรอบ, เป็ดย่าง, กุ้งแก้ว (ใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท)
3. การใช้งบประมาณในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยราว 20 ล้านบาท
นางสาวนัทธมนระบุว่า แม้กำไรจะลดลงในไตรมาสดังกล่าว แต่มองเป็นปัจจัยบวกสำหรับบริษัทฯ นื่องจากเป็นการลงทุนเพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำในระยะยาว สะท้อนผ่านจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการในปี 2568 ที่เพิ่มขึ้น 9.1 ล้านคน หรือ +34% เป็น 36.04 ล้านคน และต่อเนื่องมายังไตรมาส 1/2569 ที่มีจำนวนลูกค้า 10.28 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัท ตั้งเป้ารายได้เติบโต 42% หรือแตะระดับ 13,000 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายสาขากว่า 60 แห่งทั่วประเทศแบ่งเป็น
- Suki Teenoi, Suki Teenoi Plus+ จำนวน 40 สาขา
- Teenoi BBQ จำนวน 2 สาขา
- Teenoi Gold จำนวน 9 สาขา
- New Brand จำนวน 9 สาขา
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุม 35 จังหวัด และมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 22 จังหวัด โดยคาดว่าสิ้นปี 2569 บริษัทจะมีสาขารวมทั้งสิ้น 133 สาขา ครอบคลุม 57 จังหวัด เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ภายใต้งบลงทุน 1,200 – 1,500 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัททั้งหมดโดยไม่มีการกู้ยืม
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการเปิดตัวโมเดลใหม่ “Teenoi Plus” ในราคา 299 บาท** ซึ่งมีความพิเศษกว่าปกติ อาทิ น้ำซุปหม้อ 3 ช่อง (ซุปกระดูกหมูคอลลาเจนและซุปหมาล่าสูตรพิเศษจากเชฟฮ่องกง) บาร์น้ำจิ้ม DIY พร้อมน้ำจิ้มงาหมาล่า บริการ Soft Serve พร้อมท็อปปิ้ง รวมถึงเมนูพรีเมียมอย่างซูชิวากิว และซุปเห็ดทรัฟเฟิล
ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกระทบต้นทุน นางสาวนัทธมนยืนยันว่า “ยังไม่คิดขึ้นราคา” โดยบริษัทได้บริหารจัดการต้นทุนผ่านการล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า 6-12 เดือน และกำลังก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า (DC) ในภาคอีสาน เพื่อลดค่าขนส่ง พร้อมทิ้งท้ายว่าสถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง เห็นได้จากการจ่ายโบนัสปี 2568 รวม 77 ล้านบาท นอกจากนี้ คาดว่าจะพิจารณาแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ภายในปี 2570
Most Viewed
Wealth EZ
“มีเงินเดือน-มีค่าเช่า”...ต้อง “ยื่นภาษี” อย่างไร?
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดคาดการณ์ Q3/69 หุ้นแบงก์ KKP ไปต่อ! กำไรโต 34%
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดสถิติต่างชาติขายเกิน 5 พันลบ. ตลาดหุ้นไทยร่วงทุกครั้ง พร้อมคัด 3 หุ้นใหญ่ ต้านความผันผวน
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นออสเตรเลีย” อีกหนึ่งตลาดพัฒนาแล้วที่ “ศก.โตดี”... ส่วนธีม “Memory Chip” พร้อมเติบโตไปกับ “AI Megatrend” !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
TIPAK เปิดเทรดวันแรก 1.73 บาท กำเงินระดมทุนอัปเกรดเครื่องจักร มั่นใจครึ่งหลังปี 69 ผลงานฟื้น
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
