LALIN ชูหุ้นปันผลเด่น ยีลด์สม่ำเสมอ 5–6% ต่อปี ย้ำเป้ายอดขายปี 69 ที่ 4.2 พันลบ. เผย Q1/69 โกยยอดแล้ว 1.5 พันลบ.

LALIN ชูจุดเด่นหุ้นปันผลดี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5–6% ต่อปี ย้ำเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 4.2 พันล้านบาท เผยไตรมาส 1/69 ทำยอดขายได้แล้ว 1.5 พันล้านบาท คิดเป็นราว 35% ของเป้าทั้งปี ไตรมาส 2/69 เตรียมเปิด “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ (2)” มูลค่า 1.2 พันล้าน รับดีมานด์ทำเลทอง Strategic Growth Hub เผยมียอดจองแล้ว 80-90 ล้านบาท พร้อมควบคุมต้นทุน รักษามาร์จิ้นไม่ต่ำ 35%


นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 โดยบริษัทยังคงเป้าหมายยอดขาย (Presale) ไว้ที่ 4,200 ล้านบาท และมีแผนเปิดโครงการใหม่รวม 4-6 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,500–4,500 ล้านบาท เน้นเจาะกลุ่ม Real Demand ด้วยสินค้าคุณภาพ พร้อมชูจุดเด่นการเป็นหุ้นปันผล (Dividend Stock) ที่สร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ


สำหรับแนวโน้มไตรมาส 1/2569 บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้แล้วประมาณ 1,400-1,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35% ของเป้าหมายทั้งปี ซึ่งยอดขายส่วนหนึ่งมาจากงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 แม้ว่าบรรยากาศโดยรวม (Sentiment) ของตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังชะลอตัว จากปัจจัยลบด้านภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ยอดขายในงานมหกรรมฯ ลดลงจากปีก่อนประมาณ 10%


อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร โดยตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 35% และเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การล็อกราคาวัสดุก่อสร้างบางส่วน และการมีสินค้าพร้อมขายซึ่งยังเป็นต้นทุนเดิมที่รองรับการขายได้ต่อเนื่องในอีก 3 เดือนข้างหน้า


ไตรมาส 2/69 เปิดตัว “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ (2)” ในไตรมาส 2/69 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการแรกของปีอย่างเป็นทางการกับโครงการ “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ (2)” มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท บนพื้นที่ 34 ไร่ จำนวน 305 ยูนิต ราคาเฉลี่ยประมาณ 3 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งปัจจุบันมียอดจองล่วงหน้าแล้วกว่า 30-40 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 80-90 ล้านบาท และจะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ภายในปีนี้


โดยทำเลบางนา-เทพารักษ์ ได้กลายเป็น “Strategic Growth Hub” ที่สำคัญ เนื่องจากมีการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมครบวงจร ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีเหลือง โครงการ LRT ในอนาคต และใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงพื้นที่ EEC ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยสูงทั้งเพื่ออยู่จริงและเพื่อการลงทุน


“ในด้านการออกแบบ โครงการนี้พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี’ และแนวคิด Flexible Function Design ที่รวมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ และทาวน์โฮมไว้ในโครงการเดียวกัน เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ First Home ไปจนถึงกลุ่ม Upgrader พื้นที่ใช้สอยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ พร้อมผสานแนวคิด Smart Living เตรียมความพร้อมสำหรับ EV Charger ระบบระบายอากาศ และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว” นายชูรัชฏ์ กล่าว


นอกจากแผนการขยายโครงการ บริษัทยังคงตอกย้ำภาพการเป็นหุ้นปันผลคุณภาพ โดยมีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) เฉลี่ยสูงถึง 5-6% ต่อปี ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์การคัดสรรทำเลศักยภาพ การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และการรักษามาตรฐานคุณภาพ จะทำให้โครงการลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา–เทพารักษ์ (2) และโครงการอื่นๆ ในอนาคต ได้รับการตอบรับที่ดีและช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้อย่างแน่นอน นายชูรัชฏ์ กล่าวปิดท้าย
Most Viewed
Fun of Funds
ชู “Smart Grid” ธีมลงทุนแห่งอนาคต “หัวใจ” ขับเคลื่อนโลกเทคโนโลยี... ส่วน “หุ้นสิงคโปร์” เสริมพอร์ตแกร่งรับ “ปฏิรูปตลาดทุน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
MGC พุ่งแรง 20% ลุ้น Q2/69 นิวไฮกำไรโต 509% XPENG-ZEEKR ดันผลงานแกร่ง โบรกฯ ชูปันผลสูง 7% ให้เป้า 20.20 บาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
YLG ชี้ครึ่งปีหลังบาทยังอ่อน หนุนทองไทยยืนแกร่ง แนะถือทองดอลลาร์ ลุ้นกำไร 2 เด้ง ชี้โซน 3,900-4,000 ดอลลาร์ น่าสะสม
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
บิ๊กดีล! AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์ข้ามเจ้าพระยา อัดงบหมื่นล้านปั้นเอเชียทีคสู่ระดับโลก เล็งตั้งกองทุน Lifestyle Fund ดึงพันธมิตรร่วมทุน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ MJD ทั้ง 7 รุ่น ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us