เปิดคาดการณ์ไตรมาส 1/69 หุ้นกลุ่มแบงก์ ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยลด กดกำไรดิ่ง 13%
เข้าใกล้ช่วงจะประกาศงบไตรมาส 1/69 แล้ว ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ Wealthy Thai ต้องนำคาดการณ์แนวโน้มหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มแรกๆ ที่จะประกาศผลประกอบการมานำเสนอนักลงทุน โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1/69 ของ 7 หุ้นกลุ่มธนาคารจะปรับตัวลดลงเกิน 10% จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ชะลอตัวตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา
โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดหุ้นกลุ่มธนาคารภายใต้ Coverage ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ SCB, KBANK, BBL, KTB, TTB, TISCO และ KKP จะมีกำไรสุทธิรวมในไตรมาส 1/69 จำนวน 51,341 ล้านบาท ลดลง 13.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังถูกกดดันจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ชะลอตัวลงจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงที่ผ่านมา
แต่คาดกำไรสุทธิจะปรับขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อนหน้า จากปัจจัยหนุนค่าใช้จ่ายดำเนินงานคาดลดลง 10.6% จากไตรมาส 4/68 ตามผลของฤดูกาล และการเร่งรับรู้ค่าใช้จ่ายลงทุนพัฒนาระบบให้บริการของธนาคารใหญ่ ประกอบกับคาดธนาคารจะดำเนินนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดมากขึ้น ทำให้ Cost to Income Ratio ของแต่ละธนาคารจะปรับลดลง
ทั้งนี้ มองว่ายังมีปัจจัยกดดันจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ลดลงต่อราว 2.7% แม้สินเชื่อคาดทรงตัวจากไตรมาส 4/68 แต่ NIM ยังลดลงต่อจากผลของการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ตามดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงในเดือนก.พ. ที่ผ่านมา และ 2) คาดการตั้งสำรองสูงขึ้น 4.3% จากการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่ส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจจริงจนทำให้ค่าครองชีพของครัวเรือนสูงขึ้น

Q2/69 รายได้อกเบี้ยลด กดกำไรหดต่อ
สำรับแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 จะยังลดลงจากไตรมาส 2/68 จากรายได้ดอกเบี้ยที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง แต่คาดจะโตจากไตรมาส 1/69 หลังเร่งตั้งสำรองส่วนเกินไว้ล่วงหน้าในไตรมาส 1/69 ขณะที่สินเชื่อรวมเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อบริษัทใหญ่ตามการลงทุนที่เร่งตัวขึ้น หลังการเมืองในประเทศมีเสถียรภาพและคาดจะเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นของรัฐบาลชุดใหม่
ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะมีปัจจัยหนุนจากรายได้เงินปันผลรับของพอร์ตเงินลงทุนตราสารทุนเข้ามาช่วยเสริม และรายได้ค่าธรรมเนียมสินเชื่อที่ดีขึ้น หนุนให้ทั้งปี 2569 ยังคงคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีกำไรสุทธิ 231,704 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คงน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารที่ “เท่ากับตลาด” โดยผลดำเนินงานในปีนี้ทำได้เพียงทรงตัวจากปี 2568 จาก NIM ที่ลดลงและการขยายสินเชื่อที่จำกัด แต่มองว่ายังสามารถสร้างฐานกำไรได้ดี และยังมีปัจจัยบวกจากเงินกองทุนส่วนเกินที่ทำให้ธนาคารต่างๆ ทยอยปรับเพิ่ม Dividend Payout Ratio ขึ้น ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่ให้ Dividend Yield โดดเด่นในระดับ 5-7% สำหรับหุ้น Top Pick เลือกเป็น BBL ให้ราคาเป้าหมาย 196 บาท
