SCC เด้ง +4.67% ลุ้นผลงาน Q1/69 โตแรง รับกำไรสินค้าคงคลังสูง-ส่วนต่างปิโตรฯ ฟื้น โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” เคาะเป้าใหม่ 260 บาท
เปิดตลาดวันนี้ (16 เม.ย. 2569) ราคาหุ้นของ SCC หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ปรับตัวขึ้นร้อนแรง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 224 บาท เพิ่มขึ้น 10 บาท หรือ +4.67% มูลค่าการซื้อขาย 2,025 ล้านบาท
ขณะที่บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมิน คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 5 พันล้านบาท พลิกจากขาดทุนในไตรมาส 4/68 และเติบโตสูงจากไตรมาส 1/68 โดยปัจจัยหนุนมาจากปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง, ค่าใช้จ่ายลดลงจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ, กำไรสินค้าคงคลัง และ Spread ปิโตรเคมีฟื้นตัว
ทั้งนี้ มองสงครามในตะวันออกกลางกระทบต่ออุปทานปิโตรเคมีทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 40 ล้านตัน หรือราว 20% ของโลก อีกทั้งคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูนาน 3 ปี เพราะข้อจำกัดด้าน Spare Parts ทำให้ส่วนต่างราคาปิโตรเคมียังอยู่ระดับสูงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทเร่งจัดหาแหล่งวัตถุดิบอื่น ปัจจุบันสามารถรองรับการผลิตของ MOC LSP ได้อย่างน้อย 2 เดือน
นอกจากนี้ ได้ปรับกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 46-56% เป็น 1.5 – 1.8 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ โดยปรับเพิ่มสมมติฐาน HDPE PP Spread และรวมกำไรสินค้าคงคลังเข้ามาในคาดการณ์
พร้อมประเมินราคาเหมาะสมใหม่ 260 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” มองว่าหุ้นมีปัจจัยหนุนจาก 1) ทิศทางผลประกอบการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 1/69 2) ราคาหุ้นยัง Laggard คู่แข่ง โดยตั้งแต่เกิดสงคราม SCC -5% 3) ตลาดมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น (คาดประกาศผลประกอบการวันที่ 29 เม.ย. 69)
ขณะที่บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมิน คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 5 พันล้านบาท พลิกจากขาดทุนในไตรมาส 4/68 และเติบโตสูงจากไตรมาส 1/68 โดยปัจจัยหนุนมาจากปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง, ค่าใช้จ่ายลดลงจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ, กำไรสินค้าคงคลัง และ Spread ปิโตรเคมีฟื้นตัว
ทั้งนี้ มองสงครามในตะวันออกกลางกระทบต่ออุปทานปิโตรเคมีทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 40 ล้านตัน หรือราว 20% ของโลก อีกทั้งคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูนาน 3 ปี เพราะข้อจำกัดด้าน Spare Parts ทำให้ส่วนต่างราคาปิโตรเคมียังอยู่ระดับสูงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทเร่งจัดหาแหล่งวัตถุดิบอื่น ปัจจุบันสามารถรองรับการผลิตของ MOC LSP ได้อย่างน้อย 2 เดือน
นอกจากนี้ ได้ปรับกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 46-56% เป็น 1.5 – 1.8 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ โดยปรับเพิ่มสมมติฐาน HDPE PP Spread และรวมกำไรสินค้าคงคลังเข้ามาในคาดการณ์
พร้อมประเมินราคาเหมาะสมใหม่ 260 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” มองว่าหุ้นมีปัจจัยหนุนจาก 1) ทิศทางผลประกอบการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 1/69 2) ราคาหุ้นยัง Laggard คู่แข่ง โดยตั้งแต่เกิดสงคราม SCC -5% 3) ตลาดมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น (คาดประกาศผลประกอบการวันที่ 29 เม.ย. 69)
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 16 ชั่วโมง
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
