หุ้นเทค Come Back! ดัน Nasdaq ทำนิวไฮ นักวิเคราะห์เชียร์ “ขาขึ้นยังไม่จบ” แต่ระยะสั้นเสี่ยงแพง ต้องเลือกรายตัว

หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่อีกครั้งในเดือนเมษายน 2026 

หลังจากช่วงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดัชนี Nasdaq ปรับขึ้นเหนือระดับ 24,000 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ การฟื้นตัวครั้งนี้สะท้อนการกลับมานำตลาดของหุ้นกลุ่มเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่


แรงหนุนของการปรับขึ้นรอบนี้มาจากหลายปัจจัยร่วมกัน
 

ทั้งการผ่อนคลายของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน, การไหลกลับของเงินลงทุนสู่ตลาดหุ้น, และที่สำคัญที่สุดคือการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไร (earnings expectations) โดยเฉพาะในกลุ่มเทคที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง 


ปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่ากำไรของกลุ่มเทคจะเติบโตมากกว่า 40% ในปี 2026


ควร
“ซื้อ” ตอนนี้ หรือรอจังหวะ?

มุมมองจากบริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ ยังคงแตกเป็นสองเสียง


ด้านมุมมองเชิงบวก หลายสถาบันการเงินขนาดใหญ่มองว่าการปรับขึ้นของตลาดยังมีพื้นฐานรองรับ ไม่ใช่แค่แรงเก็งกำไร

  • BlackRock Investment Institute ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นสหรัฐ (overweight) โดยมองว่ากำไรยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเทค และมองผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังจำกัด

  • Citigroup ปรับเพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นสหรัฐเช่นกัน โดยคาดว่ากลุ่มเทคจะเป็นตัวขับเคลื่อนประมาณครึ่งหนึ่งของการเติบโตกำไรทั่วโลกในปี 2026

  • Morgan Stanley มองว่าการปรับฐานก่อนหน้าเป็นเพียงการพักตัว (correction) ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของตลาดขาลง (bear market) และยังคงให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มเติบโตคุณภาพสูง (quality growth) และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI


ในขณะเดียวกัน ก็มีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะสั้น ที่มีความเสี่ยงที่ราคาจะวิ่งนำพื้นฐาน

  • Société Générale มองว่าการฟื้นตัวของหุ้นเทคอาจเร็วเกินไป เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่า free cash flow ของบริษัทขนาดใหญ่ (hyperscalers) เริ่มลดลง ขณะที่การลงทุนด้าน AI (AI capex) มีมูลค่าสูงถึงราว 600,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังต้องใช้เวลาในการสร้างผลตอบแทน


อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว ยังคงมีรายชื่อหุ้น และกลุ่มหุ้นเด่นที่โบรกเกอร์แนะนำ ได้แก่

1.Meta Platforms: ตัวเลือกเด่นจาก Morgan Stanley

Morgan Stanley มองว่า Meta เป็นหุ้นเทคขนาดใหญ่ ที่น่าสนใจที่สุดในช่วงนี้ เพราะมูลค่าหุ้น (valuation) ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับกลุ่ม (ราว 18 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 23 เท่า) แถมบริษัทสามารถสร้างรายได้จาก AI ได้จริง โดยเฉพาะในธุรกิจโฆษณา โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรระยะยาว ราว 13%


2.กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors): ธีมหลักจาก Bank of America

Bank of America ไม่ได้ชี้ไปที่หุ้นตัวเดียว แต่เน้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เพราะจะได้ประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI ซึ่งตอนนี้ ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ปรับขึ้นแล้วราว 28% ตั้งแต่ต้นปี


3.กลุ่มหุ้นเทคขนาดใหญ่ (Mega-cap Tech): ยังคงถูกแนะนำโดยหลายสถาบัน (เช่น BlackRock, Morgan Stanley)

หุ้นเทคขนาดใหญ่ยังคงเป็น “แกนหลัก” ของพอร์ตลงทุน โดย valuation ปรับลดลงจากช่วงก่อนหน้า ทำให้กลับมาน่าสนใจ และมีความชัดเจนด้านการเติบโตของกำไร


สรุป

การปรับขึ้นของหุ้นเทคในรอบนี้ไม่ได้เกิดจาก sentiment เพียงอย่างเดียว แต่ดูมีปัจจัยพื้นฐานรองรับโดยเฉพาะการเติบโตของกำไรจาก AI


อย่างไรก็ตาม การลงทุนต้องมีการเลือกมากขึ้น เพราะแม้สถาบันใหญ่ยังคงมุมมองเชิงบวก แต่ก็มีคำเตือนว่าการปรับขึ้นที่รวดเร็วอาจทำให้ตลาดเริ่มตึงตัวในระยะสั้น

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us